.
จีน–รัสเซีย'ค้านร่างมติ UN ประเด็นฮอร์มุซ' ชี้ร่างบาห์เรน 'ไม่เป็นธรรมต่ออิหร่าน' เปิดช่องสหรัฐฯ จัดกลไกดูแลการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซโดยลำพัง
8-4-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า รัสเซีย (Russia) และจีน (China) ใช้อำนาจวีโต้คว่ำร่างมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council – UNSC) ว่าด้วยการคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) แม้สมาชิก 11 จาก 15 ชาติลงคะแนนเห็นชอบต่อร่างที่ถูก “ลดทอน” เนื้อหาไปแล้วเพื่อเลี่ยงการถูกวีโต้
ประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) ได้ใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มุ่งเป้าไปที่การปกป้องการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
ร่างข้อความดังกล่าว ซึ่งมีการลงคะแนนเสียงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เสนอโดยประเทศบาห์เรน (Bahrain) โดยมีสมาชิก UNSC 11 จาก 15 ประเทศลงคะแนนเสียงเห็นชอบ และ 2 ประเทศงดออกเสียง อย่างไรก็ตาม รัสเซียและจีนระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีเนื้อหาที่ลำเอียงและเป็นปรปักษ์ต่อประเทศอิหร่าน (Iran)
ภายใต้ร่างมติดังกล่าว รัฐที่ได้รับผลกระทบจะได้รับคำขอให้ “ประสานความพยายามในเชิงป้องกัน ตามสมควรแก่สถานการณ์ เพื่อร่วมกันรับรองความปลอดภัยและความมั่นคงของการเดินเรือข้ามช่องแคบฮอร์มุซ”
ปัจจุบัน การเดินเรือผ่านช่องแคบที่คับแคบแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 1 ใน 5 ของโลก ได้หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง หลังจากรัฐบาลเตหะราน (Tehran) ขู่ที่จะโจมตีเรือเพื่อตอบโต้สงครามที่เปิดฉากโดยประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) ต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
การปิดกั้นดังกล่าวส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก และทำให้บางประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ต้องเริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดการบริโภคและปันส่วนการใช้พลังงาน ขณะที่เส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำหนดให้อิหร่านเปิดเส้นทางน้ำ มิเช่นนั้นจะต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม กำลังจะหมดลงในช่วงหลังของวันอังคารนี้ หลังจากที่เขาเคยขู่และเลื่อนกำหนดการมาแล้วหลายครั้ง
ไมค์ วอลซ์ (Mike Waltz) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) ออกมาประณามการใช้อำนาจวีโต้ของรัสเซียและจีน โดยระบุว่านี่คือ "จุดตกต่ำใหม่" เนื่องจากเหตุการณ์ที่อิหร่านปิดช่องแคบกำลังขัดขวางไม่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และเสบียงเดินทางไปถึงวิกฤตมนุษยธรรมในคองโก (Congo), ซูดาน (Sudan) และฉนวนกาซา (Gaza)
“ไม่ควรมีใครทนกับเรื่องนี้ พวกเขากำลังเอาเศรษฐกิจโลกมาเป็นตัวประกันด้วยปืน แต่ในวันนี้ รัสเซียและจีนกลับนิ่งเฉยต่อเรื่องดังกล่าว” วอลซ์ (Waltz) กล่าว
ขณะที่ประเทศฝรั่งเศส (France) แสดงความเสียใจต่อผลการวีโต้ โดย เฌโรม บอนนาฟงต์ (Jerome Bonnafont) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำ UN ระบุว่า “เป้าหมายของร่างมติคือการส่งเสริมมาตรการป้องกันที่บริสุทธิ์ เพื่อความปลอดภัยในช่องแคบโดยไม่ทำให้สถานการณ์บานปลายไปสู่การสู้รบ”
ในทางกลับกัน ฟู่ คง (Fu Cong) ผู้แทนจีนประจำ UN กล่าวว่า การยอมรับร่างมติดังกล่าวในขณะที่สหรัฐฯ กำลังข่มขู่ต่อความอยู่รอดของอารยธรรมจะเป็นการส่งสารที่ผิดพลาด ส่วน วาสิลี เนเบนซยา (Vasily Nebenzya) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ UN ระบุว่ารัสเซียและจีนกำลังเสนอ "ร่างมติทางเลือก" เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความมั่นคงทางทะเล
อามีร์ ซาอีด อิราวานี (Amir Saeid Iravani) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ UN ได้กล่าวชื่นชมความเคลื่อนไหวของจีนและรัสเซีย โดยระบุว่า “การดำเนินการของพวกเขาในวันนี้ช่วยป้องกันไม่ให้คณะมนตรีความมั่นคงถูกใช้ไปในทางที่ผิด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรุกราน”
ทั้งนี้ การเลือกใช้ถ้อยคำในร่างมติเป็นหัวข้อของการเจรจาหลังฉากมานานหลายวัน โดยเอกสารฉบับร่างก่อนหน้านี้เคยอ้างถึง "หมวดที่ 7" (Chapter 7) ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งให้อำนาจ UNSC ในการใช้มาตรการตั้งแต่วงจำกัดไปจนถึงการใช้กำลังทางทหาร แต่หลังจากถูกจีนคัดค้าน บาห์เรนจึงได้ลดทอนเนื้อหาลงอย่างมาก โดยตัดการอนุญาตให้ใช้กำลังทหารและการบังคับใช้ตามกฎหมายออกไปเพื่อให้เหลือเพียงมาตรการเชิงป้องกันเท่านั้น
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://www.aljazeera.com/news/2026/4/7/russia-and-china-block-un-resolution-on-strait-of-hormuz?utm_source=facebook&utm_medium=social&utm_campaign=socialPulse&fbclid=IwY2xjawRCgd1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFPTEpwUFJrNGt5bGIwN1E5c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpUNyV2RH8e8g0gedY2H2l2gVwfB2I1L9ZUoF9kOqGrdsuCA9w9oZ4t5uN_q_aem_czMV4l7Hjgi3DU3mX4ZQow