สหรัฐฯ เปิดรับฟังความเห็น'ปรับลดภาษีสินค้าจีน'
สหรัฐฯ เตรียมเปิดรับฟังความเห็นประเด็น 'ปรับลดภาษีสินค้าจีน' ผ่าน “คณะกรรมการการค้าร่วม” แทนการกดดันจีนปฏิรูปโครงสร้าง
28-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (US Trade Representative) ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมออกประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับรายการสินค้าจีนที่ควรได้รับการพิจารณาปรับลดภาษีนำเข้า ภายใต้คณะกรรมการการค้า (Board of Trade) ที่จัดตั้งขึ้นร่วมกันระหว่างสองประเทศ
เกรียร์เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวระหว่างการร่วมงานเสวนาที่สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations) ในกรุงวอชิงตัน โดยระบุว่าหน่วยงานกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมประกาศผ่านบันทึกของรัฐบาลกลาง (Federal Register) เพื่อเริ่มสำรวจความเห็นจากภาคธุรกิจและสาธารณชนสหรัฐฯ ในการประเมินว่าสินค้าประเภทใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดเสรีทางการค้าร่วมกัน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อระบุรายการสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นยุทธศาสตร์ (Non-strategic commercial goods) มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพิจารณาปรับลดหรือยกเลิกภาษีร่วมกัน
การจัดตั้ง US-China Board of Trade ควบคู่ไปกับคณะกรรมการการลงทุน (Board of Investment) ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของวอชิงตันต่อปักกิ่ง โดยเปลี่ยนจากการพยายามบังคับให้จีนปฏิรูปโครงสร้างรูปแบบเศรษฐกิจที่นำโดยรัฐ มาเป็นการใช้กรอบการดำเนินงานที่กำกับดูแลอย่างเข้มงวดหรือ "การค้าแบบบริหารจัดการ" (Managed trade) แทน
เกรียร์ระบุว่า "เราได้ยอมรับความจริงแล้วว่า จะไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่ในระบบการเมืองและระบบเศรษฐกิจของจีน แต่เราสามารถหันมาใช้วิธีการค้าแบบบริหารจัดการร่วมกันได้" ทั้งนี้ เขายังเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามผลักดันข้อตกลงเชิงระบบที่กว้างขวางขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการอุดหนุนทางอุตสาหกรรม (Industrial subsidies) ซึ่งได้ยื่นเสนอไปถึงระดับผู้นำสูงสุดในปักกิ่งแล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยระบุชัดเจนว่าจีนจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรากฐานสำคัญของการปกครองดังกล่าว
นอกจากนี้ เกรียร์ยังได้กล่าวโต้ตอบกลุ่มผู้วิจารณ์ผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคง (Strategic stability) มาโดยตลอด โดยยังคงรักษามาตรการภาษีไว้พร้อมกับดำเนินแนวทางการค้าแบบบริหารจัดการ ซึ่งเขามองว่านี่คือความสำเร็จในระดับที่ต้องการแล้ว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ต้องการให้จีนเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองหรือยกเลิกการอุดหนุนทางอุตสาหกรรมอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/h8gki?utm_source=copy-link&utm_campaign=3354957&utm_medium=share_widget