สตาร์เมอร์ ประกาศความสำเร็จยึดเรือน้ำมันรัสเซีย
สตาร์เมอร์ ประกาศความสำเร็จยึดเรือน้ำมันรัสเซียกลางช่องแคบอังกฤษ ด้านเซเลนสกี จี้จับตามาตรการริบทรัพย์ตัดท่อน้ำเลี้ยงสงคราม
15-6-2026
สำนักข่าว Al Jazeera กองกำลังสหราชอาณาจักรเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ต้องสงสัยว่าเป็นกองเรือเงาของรัสเซียในช่องแคบอังกฤษ กระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร (UK Ministry of Defence) เปิดเผยว่า กองกำลังของตนสามารถเข้าควบคุมเรือที่มีชื่อว่า Smyrtos ได้สำเร็จ ในปฏิบัติการที่ใช้เวลายาวนานกว่า 6 ชั่วโมง
นายกรัฐมนตรีคีร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) แห่งสหราชอาณาจักร แถลงว่า กองกำลังสหราชอาณาจักรได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันในกลุ่มกองเรือเงา (Shadow-fleet) ของประเทศรัสเซีย (Russia) ที่กำลังพยายามเดินทางผ่านช่องแคบอังกฤษ (English Channel)
"ปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นการโจมตีรัสเซียอีกครั้งหนึ่ง และเป็นการย้ำเตือนผู้ที่กำลังเติมเชื้อไฟให้กับสงครามของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ในประเทศยูเครน (Ukraine) ว่าเราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหลบซ่อนตัวได้" คีร์ สตาร์เมอร์ (Starmer) ระบุในข้อความที่โพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทางด้านกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร (United Kingdom Ministry of Defence) ได้ออกมาเตรียมน้อมรับและยืนยันเช่นกันเกี่ยวกับการเข้ายึดเรือ Smyrtos ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวซึ่งเดินเรือภายใต้ธงชาติประเทศแคเมอรูน (Cameroon) ถูกบุกจู่โจมและขึ้นเรือโดยหน่วยคอมมานโดราชนาวิกโยธิน (Royal Marine Commandos) และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติ (National Crime Agency)
ปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์ Chinook และอากาศยานอื่นๆ รวมถึงเรือฟริเกต (Frigate) และเรือล่าทำลายทุ่นระเบิด (Minehunter)
"ปฏิบัติการในลักษณะนี้ต้องใช้ทักษะ ความเป็นมืออาชีพ และความกล้าหาญ ผมขอแสดงความยกย่องต่อบุคลากรในกองทัพของเราและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง" แดน จาร์วิส (Dan Jarvis) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอังกฤษ กล่าวในแถลงการณ์
แดน จาร์วิส (Jarvis) กล่าวเสริมว่า "รัสเซียพึ่งพากองเรือเงาของตนในการหาทุนสนับสนุนความขัดแย้งในยูเครน และการสกัดกั้นของเราในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อสงครามที่ผิดกฎหมายของปูติน"
กระทรวงกลาโหมระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวใช้เวลาทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า เรือลำนี้จะถูก "เคลื่อนย้ายไปจอดทอดสมอเป็นการชั่วคราวบริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของอังกฤษ และจะได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมหรือความปลอดภัยใดๆ"
ทางด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) แห่งยูเครน ได้ออกมากล่าวแสดงความขอบคุณต่อคีร์ สตาร์เมอร์ (Starmer) และประชาชนชาวอังกฤษสำหรับ "การตัดสินใจที่ยึดมั่นในหลักการ"
"มันคือความหยิ่งยโสของรัสเซียที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยรายได้มหาศาลจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูทางให้เกิดสงครามครั้งนี้ และทุกๆ การตัดสินใจของพันธมิตรที่ทำให้รัสเซียสูญเสียรายได้ ย่อมเป็นการจำกัดวงของสงครามด้วยเช่นกัน" โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Zelenskyy) โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X
ประธานาธิบดียูเครนกล่าวต่อไปว่า "ยุโรปจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ไม่เพียงแต่สามารถกักเรือบรรทุกน้ำมันและจำกัดการขนส่งน้ำมันเท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงการริบน้ำมันที่เรือเหล่านั้นบรรทุกมาด้วย"
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ MarineTraffic ระบุว่า เรือ Smyrtos ซึ่งเดินเรือภายใต้ธงชาติแคเมอรูน ได้เดินทางออกจากท่าเรืออุสต์-ลูกา (Ust-Luga) ในแถบทะเลบอลติกของรัสเซียเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน และกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองพอร์ตซาอิด (Port Said) ประเทศอียิปต์ (Egypt)
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม กองกำลังของประเทศฝรั่งเศส (France) ได้เคยยึดเรือบรรทุกน้ำมันอีกหนึ่งลำที่ต้องสงสัยว่าเป็นของรัสเซียชื่อว่า Grinch และในเดือนมีนาคม เรือ Deyna ซึ่งแล่นออกจากเมืองมูรมันสค์ (Murmansk) ภายใต้ธงชาติประเทศโมซัมบิก (Mozambique) ก็ถูกควบคุมตัวไว้ที่เมืองมาร์เซย์ (Marseille) เช่นกัน
รายได้จากการขายน้ำมันถือเป็นส่วนสำคัญในระบบเศรษฐกิจของรัสเซีย และช่วยชดเชยต้นทุนของสงครามในยูเครนที่ดำเนินมาอย่างยืดเยื้อยาวนานกว่า 4 ปี
เป็นที่เชื่อกันว่า รัสเซียกำลังใช้งานกองเรือจำนวนหลายร้อยลำเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่ถูกกำหนดขึ้นเนื่องจากสภาวะสงคราม โดยสหราชอาณาจักร (UK) และประเทศอื่นๆ ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะปราบปรามกวาดล้าง "กองเรือเงา" ที่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้
ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่า จนถึงปัจจุบันอังกฤษได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเรือต่างๆ ไปแล้วมากกว่า 500 ลำ และมาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบแล้ว โดยรายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียลดลงไปร้อยละ 24 ในปี 2025 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ประเทศตะวันตกหลายประเทศได้ร่วมกันกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเรือของรัสเซีย จากกรณีการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022
ขณะที่ทางด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Putin) ได้ออกมากล่าวประณามการเข้าควบคุมเรือที่มีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีลักษณะเป็น "โจรสลัด" (Piracy)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/rtthab