.
จีนพัฒนา ‘PL-16’ ขีปนาวุธพิสัยไกลสำหรับโจมตีเป้าหมายทางอากาศ ท้าชนระบบ AIM-260 JATM ของกองทัพสหรัฐฯ
23-6-2026
สำนักข่าว Defense News รายงานว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารเปิดเผยว่า ขีปนาวุธโจมตีทางอากาศสู่อากาศรุ่นใหม่ล่าสุดของประเทศจีน (China) ชนิด PL-16 มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาแข่งขันกับระบบอาวุธขั้นสูงในระดับเดียวกันของกองทัพประเทศสหรัฐฯ (US) และอาจช่วยสร้างความได้เปรียบให้แก่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA (People’s Liberation Army) ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific) เนื่องจากคุณสมบัติระยะการบินที่เพิ่มขึ้นและระบบขับเคลื่อนแรงส่งระลอกสอง (Second-wind feature)
บรรดานักวิเคราะห์เชื่อว่า ขีปนาวุธโจมตีระยะไกลเกินสายตา หรือ BVR (Beyond-visual-range) รุ่น PL-16 ซึ่งได้รับการอธิบายข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จะกลายเป็นอาวุธที่ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโต้ขีปนาวุธยุทธวิธีขั้นสูงร่วมรุ่น AIM-260 JATM (Joint Advanced Tactical Missile) ของบริษัท Lockheed Martin ที่พัฒนาขึ้นสำหรับกองทัพสหรัฐฯ พร้อมทั้งเป็นการยกระดับจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่พัฒนาในจีน
บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนจาก Indian Defence Research Wing ซึ่งเป็นพอร์ทัลข่าวสารด้านความมั่นคงของประเทศอินเดีย (India) ระบุว่า ขีปนาวุธของจีนรุ่นนี้มีระยะทำการบินรวมระยะไกลซึ่งคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 200 ถึง 300 กิโลเมตร (124 ถึง 186 ไมล์) และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์จรวดแบบสองจังหวะ (Dual-pulse) หรือระบบควบคุมแรงขับแปรผัน (Variable-thrust rocket motor technology) ซึ่งช่วยให้ขีปนาวุธสามารถจุดระเบิดเพื่อสร้างแรงส่งระลอกที่สองในช่วงท้ายของวิถีการบินได้ ขณะที่ระบบอาวุธของบริษัท Lockheed Martin ก็ได้รับการคาดหมายว่าจะติดตั้งระบบขับเคลื่อนพิเศษสำหรับการบินระยะไกลเกินสายตาและมีระยะทำการบินอย่างน้อย 200 กิโลเมตรเช่นเดียวกัน
มัลคอล์ม เดวิส (Malcolm Davis) นักวิเคราะห์อาวุโสด้านยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติจากสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute) ให้ความเห็นว่า คุณลักษณะเฉพาะของ PL-16 จะช่วยให้มันสามารถไล่ล่าเครื่องบินขนาดใหญ่ที่มีความเร็วต่ำได้ ซึ่งการไล่ล่านี้อาจกลายเป็นปัจจัยเปลี่ยนเกมในสมรภูมิรบ
"สิ่งที่มีความสำคัญในระยะยิงที่ไกลขนาดนั้นคือ ขีดความสามารถในการเลี้ยวลดหลบหลีกในช่วงเข้าหาเป้าหมายสุดท้าย (Terminal phase) และระบบนำวิถี" เดวิส (Davis) กล่าว พร้อมระบุว่า PL-16 ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้างแพลตฟอร์มระบบแจ้งเตือนและควบคุมภัยทางอากาศล่วงหน้า (Airborne early warning and control) เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ และเครื่องบินลาดตระเวนตรวจการณ์ ดังนั้น "ความน่าจะเป็นในการทำลายเป้าหมาย (Likelihood of a kill) จึงอยู่ในระดับที่สูงมาก แม้จะเป็นการยิงจากระยะที่ไกลมากก็ตาม"
เดวิส (Davis) กล่าวเสริมว่า "ยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน (PLAAF) ในประเด็นนี้มีความชัดเจนอย่างยิ่ง นั่นคือการทำลายล้างตัวช่วยสนับสนุนการรบที่สำคัญ (Combat enablers) ของกองทัพอากาศและกองทัพเรือสหรัฐฯ รวมถึงกองกำลังพันธมิตร ซึ่งหากทำสำเร็จ สหรัฐฯ และพันธมิตรก็จะไม่สามารถแผ่ขยายอิทธิพลของกำลังทางอากาศเหนือน่านน้ำ (Naval air power) ได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ JATM ของสหรัฐฯ เองก็เคยถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโต้ขีปนาวุธรุ่น PL-15 ของจีน ดังนั้น นี่จึงเป็นการแข่งขันที่น่าจับตาอย่างยิ่งระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในสมรภูมิขีปนาวุธโจมตีทางอากาศระยะไกลเกินสายตา โดยความท้าทายหลักคือสหรัฐฯ จะสามารถเดินสายการผลิต JATM ได้รวดเร็วเพียงใด เนื่องจากฝั่งจีนจะขับเคลื่อนการผลิต PL-16 อย่างรวดเร็วมากแน่นอน"
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงไม่มีความแน่ชัดว่ารัฐบาลวอชิงตัน (Washington) จะก้าวเข้าสู่สงครามร่วมกับรัฐบาลปักกิ่ง (Beijing) หรือไม่หากเกิดการเผชิญหน้าในพื้นที่เกาะไต้หวัน (Taiwan) ซึ่งเป็นจุดเปราะบางเชิงยุทธศาสตร์มานานหลายทศวรรษ หรือในพื้นที่ทะเลจีนใต้ (South China Sea) ซึ่งประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) อันเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของอเมริกากำลังมีข้อพิพาทแย่งชิงการควบคุมเกาะขนาดเล็กกับจีน โดยกองทัพสหรัฐฯ ยังคงตรึงกำลังและรักษาฐานทัพในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเกาะกวม (Guam) รัฐฮาวาย (Hawaii) และประเทศญี่ปุ่น (Japan) เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific)
เอนริโก เคา (Enrico Cau) นักวิจัยร่วมจากสมาคมวิจัยยุทธศาสตร์ไต้หวัน (Taiwan Strategy Research Association) ให้ความเห็นว่า "ผมค่อนข้างมั่นใจว่า PL-16 จะสร้างความปวดหัวให้แก่เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่อย่าง B52 และเครื่องบินในตระกูลใกล้เคียงกันหากอยู่ในระยะยิง ทว่าผมยังไม่แน่ใจนักเกี่ยวกับขีดความสามารถของมันในการจัดการกับแพลตฟอร์มเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวและมีความเร็วสูงกว่า"
สื่อ Indian Defence Research Wing ระบุเพิ่มเติมว่า ขีปนาวุธดังกล่าวอาจได้รับการออกแบบให้จัดเก็บภายในห้องเก็บอาวุธภายในตัวเครื่อง (Internal weapons bays) ของเครื่องบินรบสเตลธ์ของจีนได้อย่างแนบเนียน เช่น เครื่องบินรบรุ่น J-20 และรุ่น J-35 ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต โดย หวง ชุงติง (Huang Chung-ting) นักวิจัยร่วมจากสถาบันวิจัยความมั่นคงและการป้องกันประเทศในกรุงไทเป (Taipei) วิเคราะห์ว่า เครื่องบินรบ J-20 ซึ่งเดิมทีสามารถบรรทุกขีปนาวุธรุ่นเก่าอย่าง PL-15 ได้จำนวน 4 ลูกในห้องเก็บอาวุธภายใน จะสามารถเปลี่ยนมาบรรจุขีปนาวุธรุ่นใหม่ PL-16 ได้มากถึง 6 ลูก
"สิ่งนี้หมายความว่า J-20 ไม่เพียงแต่จะสามารถโจมตีเป้าหมายเพิ่มขึ้นได้อีก 1-2 เป้าหมายเท่านั้น ทว่ายังมีขีดความสามารถที่สูงขึ้นในการปักหลักอยู่ในพื้นที่สู้รบหลังจากเปิดฉากโจมตีรอบแรก แทนที่จะต้องล่าถอยกลับฐานทัพเนื่องจากขีปนาวุธหมด" หวง (Huang) กล่าว
เนื่องจากในปัจจุบันยังคงไม่มีการแถลงไขยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลปักกิ่งเกี่ยวกับการพัฒนาขีปนาวุธ PL-16 บรรดานักวิเคราะห์และสำนักข่าวต่างๆ จึงต้องพึ่งพาข้อมูลที่รั่วไหลและข้อมูลในลักษณะสัญญามือสอง (Second-hand information) ซึ่งรวมถึงภาพสไลด์นำเสนอที่ถูกนำมาจัดแสดงในงานสัมมนาด้านการบินทหารของจีน โดยข้อมูลที่มีการโพสต์ลงบนแพลตฟอร์มแบ่งปันรูปภาพ Imgur.com ระบุว่า ขีปนาวุธของจีนรุ่นนี้จะมีความยาว 4 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 203 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวม 200 กิโลกรัม โดยคำนำหน้าชื่อรุ่นว่า PL ย่อมาจากคำว่า "เพี่่ยหลี่" (Pi Li) ซึ่งเป็นภาษาจีนที่มีความหมายว่า "สายฟ้าแลบ" (Thunderbolt)
จากข้อมูลสไลด์นำเสนอที่รั่วไหลออกมาระบุว่า ขีปนาวุธรุ่นก่อนหน้าอย่าง PL-15 ซึ่งมีอายุการใช้งานมานานกว่า 10 ปี มีระยะทำการบิน 200 กิโลเมตร ซึ่งไกลเป็น 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเก่ากว่าอย่าง PL-12 และไกลกว่า 3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง PL-11
"ประเทศจีนอาจกำลังพัฒนาอาวุธโจมตีทางอากาศรุ่นใหม่ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ในห้องเก็บอาวุธของเครื่องบิน และเปิดทางให้ J-20 สามารถบรรทุกขีปนาวุธได้ในจำนวนที่มากขึ้น ซึ่งทิศทางในภาพรวมนี้ถือว่ามีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง" หวง (Huang) กล่าว ทว่าเขาได้ระบุคำเตือนปิดท้ายว่า ข้อมูลบนเครือข่ายออนไลน์ในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันคุณลักษณะเฉพาะที่แน่ชัดของ PL-16 ได้ทั้งหมด รวมถึงเรื่องระยะทางยิงที่แท้จริงและประเภทของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน และข้อมูลเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า PL-16 ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิตและใช้งานในระดับอุตสาหกรรมมวลชน (Mass use) แล้วหรือไม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.defensenews.com/global/asia-pacific/2026/06/22/can-chinas-latest-air-to-air-missile-take-on-its-us-equivalent-definitely-maybe-experts-say/