.
ทรัมป์ชี้กำลังทหารสหรัฐฯ ในยุโรปจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับ 'ดีลกรีนแลนด์' และท่าทีพันธมิตรต่อ 'สงครามอิหร่าน' ยิ่งเขย่าความกังวล NATO
10-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำ ประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดเผยว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับจำนวนกำลังพลของสหรัฐฯ ใน ยุโรป (Europe) จะขึ้นอยู่กับว่าประเทศพันธมิตรจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเขาเกี่ยวกับ กรีนแลนด์ (Greenland) และสงครามใน ประเทศอิหร่าน (Iran) อย่างไร ซึ่งคำกล่าวนี้มีแนวโน้มที่จะสร้างความกังวลให้แก่บรรดา สมาชิกนาโต (NATO) เกี่ยวกับพันธสัญญาความมั่นคงร่วมกันของสหรัฐฯ
"ผมยังไม่ได้ทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย" ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ระหว่างเดินทางกลับ วอชิงตัน (Washington) จากการประชุมสุดยอดนาโต ณ กรุงอังการา (Ankara) ประเทศตุรกี (Turkey)
"หลายสิ่งหลายอย่างจะขึ้นอยู่กับ กรีนแลนด์ (Greenland)... เราอาจจะได้ข้อตกลงที่ดีมาก และอีกหลายสิ่งก็ขึ้นอยู่กับ ประเทศอิหร่าน (Iran)" ทรัมป์ระบุเพิ่มเติม
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมสุดยอด สมาชิกนาโต (NATO) ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ซึ่งทรัมป์ได้โจมตีประเทศพันธมิตรอย่างรุนแรงในประเด็นเรื่องงบประมาณป้องกันประเทศ ความลังเลที่จะช่วยเหลือสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน รวมถึงสถานะของ กรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งเป็นดินแดนของ ประเทศเดนมาร์ก (Denmark) หนึ่งในสมาชิกนาโต โดยทรัมป์แสดงความต้องการครอบครองกรีนแลนด์มานานแล้วเนื่องจากเห็นว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
ความหมกมุ่นของทรัมป์ต่อเกาะแห่งนี้เคยพุ่งสูงถึงขีดสุดในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาโวส (Davos) เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับพันธมิตรยุโรปว่าทรัมป์อาจใช้กำลังทหารเข้ายึดครองกรีนแลนด์ และล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ย้ำอีกครั้งว่าเขารู้สึก "ไม่พอใจอย่างยิ่ง" ต่อกลุ่มพันธมิตรในเรื่องนี้
ขณะเดียวกัน ประเทศพันธมิตรในยุโรปต่างพยายามโน้มน้าวสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมที่กรุงอังการาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นพันธมิตรที่พึ่งพาได้ โดยได้ร่วมมือประกาศข้อตกลงด้านกลาโหมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ จะลดระดับการสนับสนุนความมั่นคงในยุโรป ในช่วงเวลาที่ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งจากวิกฤตพลังงานอันเป็นผลพวงจากสงครามอิหร่าน และการรุกราน ประเทศยูเครน (Ukraine) ของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งล่วงเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว
ความวิตกกังวลดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นจากการที่ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) กำลังทบทวนการวางกำลังพลในยุโรปเป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้กองทัพสหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกการส่งกำลังพลชุดทหารม้าหุ้มเกราะ (Armored Brigade Combat Teams) ในอนาคต และลดปริมาณยุทโธปกรณ์ที่จะส่งไปยังยุโรปในกรณีที่เกิดวิกฤต โดย นายพีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประกาศทบทวนเรื่องนี้ในการแถลงข่าวเชิงกดดัน ณ สำนักงานใหญ่ของนาโตใน กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) เมื่อเดือนที่ผ่านมา
ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีทหารประจำการในยุโรปราว 80,000 นาย ซึ่งเพิ่มขึ้นหลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ครอบคลุมพื้นที่ใน ประเทศเยอรมนี (Germany), ประเทศโปแลนด์ (Poland), ประเทศอิตาลี (Italy), ประเทศโรมาเนีย (Romania) และ ภูมิภาคบอลติก (Baltic) ขณะที่ชาติพันธมิตรยุโรปต่างเร่งเพิ่มงบประมาณและจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากขึ้น
"ความจริงก็คือ ตอนนี้ไม่มีการสู้รบอะไรให้ทำมากนัก แต่บางส่วนจะขึ้นอยู่กับ ประเทศอิหร่าน (Iran)" ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธ "เมื่อพวกเขามีโอกาส มีช่องทางที่จะช่วยเหลือ พวกเขากลับเลือกที่จะไม่ทำ แต่เราก็พอจะลืมเรื่องนั้นไปได้ และในตอนนี้พวกเขาก็อยากจะเข้ามาช่วยเหลือแล้ว"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-08/trump-says-troop-levels-in-europe-will-depend-on-greenland-iran?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy