ยานยนต์ Ford, GM Defense และ BC Customs พัฒนารถรบ
ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ Ford, GM Defense และ BC Customs แข่งขันพัฒนารถรบทหารราบรุ่นใหม่กองทัพบกสหรัฐฯ รองรับอาวุธเลเซอร์-สงครามอิเล็กทรอนิกส์สกัดโดรน
30-7-2026
Defense News รายงานว่า กองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ได้นำผู้ผลิตยานยนต์ 3 รายเข้ามาแข่งขันกันเพื่อสร้างยานพาหนะต้นแบบแข่งขันสำหรับโครงการยานพาหนะสำหรับหมู่ทหารราบแห่งอนาคต
กองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ได้ยืนยันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทางกองทัพได้อนุมัติสัญญาข้อตกลงทำธุรกรรมรูปแบบอื่น (Other Transaction Agreements) แบบกำหนดราคาคงที่แน่นอน (firm-fixed-price) ให้แก่ บริษัท ฟอร์ด (Ford), จีเอ็ม ดีเฟนส์ (GM Defense) และ บีซี คัสตอมส์ (BC Customs) โดยแต่ละบริษัทจะส่งมอบยานพาหนะสำหรับหมู่ทหารราบขนาดหนัก หรือ ISV-H (Infantry Squad Vehicle-Heavy) จำนวนบริษัทละ 3 คัน ซึ่งคันแรกคาดว่าจะส่งมอบภายในวันที่ 30 มีนาคม 2027 (พ.ศ. 2570) ยานพาหนะต้นแบบขนาด 6 ที่นั่งเหล่านี้จะถูกนำไปทดสอบร่วมกับกองบัญชาการทดสอบและประเมินผลกองทัพบกสหรัฐฯ (Army Test and Evaluation Command)
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เป็นสื่อแรกที่รายงานเกี่ยวกับการมอบสัญญานี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ทางสำนักข่าว มิลลิทารี ไทมส์ (Military Times) ได้สอบถามถึงมูลค่าวงเงินในสัญญาเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ในประกาศโอกาสเปิดรับโซลูชันเชิงพาณิชย์ หรือ CSO (Commercial Solutions Opening) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ระบุว่ากำลังมองหายานพาหนะที่มีความสามารถในการแบกรับน้ำหนักบรรทุก (payload) 4,000 ปอนด์ (ประมาณ 1,814 กิโลกรัม) ลากจูงรถพ่วงน้ำหนัก 6,500 ปอนด์ (ประมาณ 2,948 กิโลกรัม) และรองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยกองทัพบกสหรัฐฯ ต้องการให้ยานพาหนะ ISV-H รุ่นใหม่สามารถจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แรงดันสูงได้อย่างต่อเนื่องถึง 60 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งถือเป็นปริมาณภาระกำลังไฟฟ้าที่มหาศาล เพื่อให้กำลังพลทหารสามารถใช้งานระบบต่อต้านโดรน (counter drone systems), ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (electronic warfare), อาวุธพลังงานกำกับ (directed energy weapons) และอุปกรณ์อื่นๆ ได้
นอกจากนี้ กองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ยังต้องการให้ยานพาหนะสามารถอัดประจุไฟฟ้าใหม่ (rechargeable) โดยสามารถฟื้นฟูพลังงานได้ถึง 90% ภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมง ท่ามกลางสภาพอากาศตั้งแต่ความหนาวเย็นจัดที่อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -25 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ -31.6 องศาเซลเซียส) ไปจนถึงความร้อนจัดที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 130 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 54.4 องศาเซลเซียส)
ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการไร้คนขับหรืออัตโนมัติ (autonomous operations) โดยกำหนดสเปกที่ต้องการ อาทิ สถาปัตยกรรมระบบที่รองรับเทคโนโลยีการควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า “drive-by-wire” รวมทั้งต้องการเบาะนั่งด้านหลังที่หมุนได้ และ “สถานีทำงานเคลื่อนที่ตามหลักสรีรศาสตร์” (ergonomic mobile workstations) ตลอดจนเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพื่อรองรับเปลพยาบาลสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรืออพยพ
สำหรับยานพาหนะสำหรับหมู่ทหารราบ (Infantry Squad Vehicle) รุ่นปัจจุบัน ซึ่งสร้างโดย จีเอ็ม ดีเฟนส์ (GM Defense) ถูกออกแบบมาเพื่อเคลื่อนย้ายทหารจำนวน 9 นายได้อย่างรวดเร็วผ่านสภาพพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอันตราย หรือไม่เหมาะสมต่อการใช้ยานพาหนะทางการทหารประเภทอื่น
คำขอเอกสารงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2027 (พ.ศ. 2570) ของกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน ระบุถึงการจัดซื้อยานพาหนะ ISV-H ในระยะเริ่มต้นจำนวน 34 คัน ที่ราคาประเมินประมาณ 463,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคัน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการจัดซื้อรวมทั้งสิ้น 606 คัน
ในการรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการการทหารแห่งวุฒิสภา (Senate Armed Services Committee) เมื่อเดือนมิถุนายน เจสส์ โทลเลสัน (Jess Tolleson) รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารบกฝ่ายการจัดหา ลอจิสติกส์ และเทคโนโลยี (principal deputy assistant secretary of the Army for Acquisition, Logistics, and Technology) กล่าวว่า ISV-H จำเป็นต้องเข้ามาเติมเต็มช่องว่างความขาดแคลนด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้า
“หนึ่งในประเด็นที่เรามีช่องว่างทางขีดความสามารถที่วิกฤตอย่างยิ่งในขณะนี้ คือการผลิตพลังงานไฟฟ้าในระดับกองพลน้อยส่งกำลังบำรุงและทำการรบเคลื่อนที่ (mobile brigade combat team level)” เจสส์ โทลเลสัน (Jess Tolleson) กล่าว
ทางด้าน จีเอ็ม ดีเฟนส์ (GM Defense) ยังไม่ได้ตอบกลับคำถามของสำนักข่าว มิลลิทารี ไทมส์ (Military Times) ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าว แต่ก่อนหน้านี้ได้ระบุบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า บริษัทกำลังปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพของรถกระบะรุ่น Chevrolet Silverado 3500HD
ขณะที่ บริษัท ฟอร์ด (Ford) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารเกี่ยวกับสัญญานี้ว่า รถกระบะตระกูล Super Duty ของตนมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับภารกิจทางการทหาร แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปก ขณะที่สำนักข่าว เบรกกิง ดีเฟนส์ (Breaking Defense) รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ฟอร์ดจะใช้รถกระบะตระกูล F-Series ของตน
ในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันอังคาร เดฟ แบริงเกอร์ (Dave Baringer) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ บีซี คัสตอมส์ (BC Customs) กล่าวว่า บริษัทมีความสามารถเฉพาะตัวในการสร้างยานพาหนะที่พัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ฐานรากเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (“purpose-driven, ground-up vehicle”) และสามารถปรับแต่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้เขายังกล่าวว่า บีซี คัสตอมส์ กำลังทำงานร่วมมือกับ แรกลาน (Raglan) ซึ่งเป็นบริษัทที่จะรับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของยานพาหนะต้นแบบ โดย เดฟ แบริงเกอร์ (Dave Baringer) ปฏิเสธที่จะหารือเกี่ยวกับกรอบเวลาหรือวงเงินในสัญญา
การแสวงหายานพาหนะที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้ามหาศาลของกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามในการนำเอาอาวุธพลังงานกำกับ (directed-energy weapons) เข้าประจำการบนยานพาหนะทางยุทธวิธีที่มีน้ำหนักเบากว่า
โดยกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ได้ทำการทดสอบเชิงปฏิบัติการระบบเลเซอร์ LOCUST ขนาด 20 กิโลวัตต์ ของบริษัท แอโรไวรอนเมนต์ (AeroVironment) บนยานพาหนะสำหรับหมู่ทหารราบ (Infantry Squad Vehicle) และยานพาหนะทางยุทธวิธีร่วมน้ำหนักเบา (Joint Light Tactical Vehicle) ผ่านโครงการเลเซอร์พลังงานสูงอเนกประสงค์ (Multi-Purpose High Energy Laser effort) มาแล้ว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.defensenews.com/news/your-military/2026/07/29/ford-gm-defense-bc-customs-to-compete-for-us-armys-new-infantry-squad-vehicle/