.
จีนรุกแอฟริกาผ่านเกษตร ใช้ฟาร์มสาธิต-เมล็ดพันธุ์ข้าว-เครื่องจักร-ภาษีศูนย์ 'ดันไนจีเรีย' ก้าวสู่ยุคเกษตรอุตสาหกรรม
11-8-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า บริเวณนอกเขตนครหลวงอาบูจา (Abuja) ของประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัท Green Agriculture West Africa Limited - Gawal ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้เรียกขานบริษัทแห่งนี้ด้วยชื่อทางการ แต่กลับรู้จักกันในฐานะสถานที่ซึ่งชาวจีนนำ "เมล็ดพันธุ์ข้าวเวทมนตร์" มาแจกจ่าย
นายอามัด ยูซุฟ (Ahmed Yusuf) เกษตรกรวัย 42 ปี เชื่อมั่นว่าเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวคือปัจจัยสำคัญที่เข้ามาพลิกฟื้นธุรกิจการปลูกข้าวของเขาให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง โดยก่อนที่บริษัท Gawal จะเข้ามา ผลผลิตข้าวของนายยูซุฟเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 2 ตันต่อเฮกตาร์ ซึ่งทำให้เขาเกือบจะถอดใจทิ้งอาชีพเกษตรกรรมหลังจากตรากตรำทำงานหนักมานานกว่าสิบปี
ชะตาชีวิตของนายยูซุฟเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่เขาได้รู้จักกับข้าวสายพันธุ์ R1 ของบริษัท Gawal โดยเขาระบุว่า "ด้วยข้าวสายพันธุ์ใหม่นี้ ผมสามารถหยัดยืนในธุรกิจต่อไปได้จากการเพิ่มผลผลิตมากกว่าสามเท่า ทั้งที่ใช้แรงงานและลงมือทำเท่าเดิม"
ความสำเร็จของนายยูซุฟเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ที่ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศจีน (China) เพื่อเปลี่ยนผ่านการเกษตรแบบยังชีพของทวีปแอฟริกาไปสู่การเป็นขุมพลังทางเกษตรกรรมอุตสาหกรรมที่มีการใช้เครื่องจักรและให้ผลผลิตสูง ทว่าทูตทางการเกษตรครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เรื่องความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น
รูปแบบการดำเนินงานของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง (Beijing) ที่เน้นการสนับสนุนโดยรัฐแบบไม่แทรกแซงการเมือง กำลังท้าทายโมเดลความช่วยเหลือแบบดั้งเดิมของชาติตะวันตกโดยตรง จนส่งผลให้รัฐบาลกรุงวอชิงตัน (Washington) ต้องออกมาตอบโต้ด้วยโครงการแทรกแซงทางธุรกิจการเกษตรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาอิทธิพลของตนในทวีปแห่งนี้เอาไว้
บริษัท Gawal เป็นหนึ่งในบริษัทจีนจำนวนมากที่กำลังแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในภาคการเกษตรของแอฟริกา ซึ่งมีเกษตรกรรายย่อยเป็นผู้เล่นกลุ่มใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า บริษัทเหล่านี้ได้นำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ รวมถึงการสร้างฟาร์มสาธิตเพื่อเร่งให้เกิดการยอมรับในท้องถิ่น และช่วยสร้างห่วงโซ่มูลค่าที่เชื่อมโยงฟาร์มเข้าสู่ตลาด
สำหรับบริษัท Gawal เป็นกิจการค้าร่วม (Joint Venture) ระหว่างบริษัท หยวน หลงผิง ไฮ-เทค แอกริคัลเจอร์ (Yuan Longping High-Tech Agriculture) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ณ เมืองฉางซา (Changsha) มณฑลหูหนาน (Hunan) ทางตอนกลางของประเทศจีน (China) ร่วมกับบริษัท ซีจีซีโอซี กรุ๊ป (CGCOC Group) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลจีนที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง (Beijing)
นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 บริษัท Gawal ได้กลายเป็นหัวหอกสำคัญในการทำทูตทางการเกษตรของประเทศจีน (China) ในแอฟริกา ทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่ การจัดหาเครื่องจักรกล การส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแปรรูป
ฟาร์มสาธิตขนาด 2,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 12,500 ไร่) ในรัฐเคบบี (Kebbi State) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ทำหน้าที่ป้อนเมล็ดพันธุ์และการฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรรายย่อยมากกว่า 5,000 ราย ซึ่งได้รับสิทธิเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ภายใต้โครงการที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลไนจีเรีย
นายกอดเฟรย์ งโวเก (Godfrey Ngwoke) ผู้จัดการโครงการพัฒนาการเกษตร กระทรวงการเกษตรของประเทศไนจีเรีย (Nigeria) กล่าวถึงฟาร์มสาธิตแห่งนี้ว่า "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ฟาร์มสาธิตเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของพืชพันธุ์และเทคนิคใหม่ๆ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล"
ข้าวสายพันธุ์ R1 ของบริษัท Gawal ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 เนื่องจากมีความต้านทานต่อโรคและเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ที่หลากหลาย ให้ผลผลิตสูงถึง 7.5 ถึง 8 ตันต่อเฮกตาร์ จนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากเกษตรกรท้องถิ่นอย่างนายยูซุฟ
ขณะที่สายพันธุ์อื่นๆ เช่น Faro 69 และ Faro 70 มีขีดความสามารถในการให้ผลผลิตสูงยิ่งกว่า อยู่ที่ประมาณ 11 ถึง 13 ตันต่อเฮกตาร์ ซึ่งทางบริษัทระบุว่า การยอมรับในวงกว้างของสายพันธุ์เหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวของประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ได้มากถึงปีละ 2 ล้านตัน
ปัจจุบัน ข้อมูลจากธนาคารกลางประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ระบุว่า ไนจีเรียมีความต้องการบริโภคข้าวประมาณ 10.5 ล้านตันต่อปี ในขณะที่สามารถผลิตได้เองราว 7 ล้านตัน
นายสวี กัวซิน (Xu Guoxin) เป็นหนึ่งในทีมงานซึ่งประกอบด้วยคนจีน 6 คนและคนไนจีเรีย 2 คน ที่ร่วมกันพัฒนาข้าวสายพันธุ์ R1 ของบริษัท Gawal ขึ้นมา โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร และจบการศึกษาเฉพาะทางระดับบัณฑิตศึกษาด้านพันธุศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์พืช ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ในปี 2014 โดยมีแรงจูงใจจากพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่และจำนวนประชากรที่มหาศาล
"งานวิชาชีพของผมมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาสายพันธุ์พืช ระบบเมล็ดพันธุ์ การส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร และความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างประเทศ" นายสวีกล่าว "ผมเลือกมาทำงานที่ไนจีเรียเพราะการเกษตรที่นี่มีศักยภาพในการพัฒนาสูงมาก และมีโอกาสสร้างผลกระทบได้อย่างมีนัยสำคัญ"
นายสวีกล่าวเสริมว่า แม้ประเทศไนจีเรีย (Nigeria) จะมีทรัพยากรธรรมชาติและกำลังคนจำนวนมาก แต่ยังคงมีความ "ต้องการเทคโนโลยีที่ได้รับการปรับปรุง เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ และระบบการทำฟาร์มที่สมัยใหม่" อีกเป็นจำนวนมาก
จุดนี้เองคือพื้นที่ที่บริษัท Gawal เข้ามาสร้างตัวตน โดยนอกจากข้าวแล้ว บริษัทยังจัดหาสายพันธุ์ปรับปรุงของข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วโป่ง ข้าวฟ่างหวาน และพืชเศรษฐกิจพื้นเมืองอื่นๆ
โครงการนี้อยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของโครงการสนับสนุนจากกรุงปักกิ่ง (Beijing) ที่ชูสโลแกน "ความช่วยเหลือจากจีนเพื่ออนาคตร่วมกัน" (China aid for a shared future) สำหรับแอฟริกา โดยเน้นย้ำถึงผลประโยชน์จากการพัฒนาที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
นายสวีเปิดเผยว่า สาเหตุที่เลือกประเทศไนจีเรีย (Nigeria) เนื่องจากมี "บทบาทนำในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก" และเป็น "ศูนย์กลางสำคัญสำหรับความร่วมมือทางการเกษตรระดับภูมิภาคและข้อเสนอแนะด้านความมั่นคงทางอาหาร"
นอกเหนือจากประเทศไนจีเรีย (Nigeria) แล้ว บริษัท CGCOC Group ยังมีส่วนร่วมในข้อเสนอแนะความร่วมมือทางการเกษตรในประเทศเบอร์กินาฟาโซ (Burkina Faso), ประเทศเอธิโอเปีย (Ethiopia), ประเทศกินี (Guinea) และประเทศซิมบับเว (Zimbabwe)
นอกจากนี้ ประเทศจีน (China) ยังดำเนินโครงการเกษตรกรรมขนาดใหญ่ในอีกมากกว่าสิบประเทศทั่วทวีปแอฟริกา รวมถึงสิ่งที่จีนเรียกว่า "ฟาร์มมิตรภาพ" (Friendship farms) ในประเทศโมซัมบิก (Mozambique) และประเทศแทนซาเนีย (Tanzania)
นายเชียเก อา กู (Chieke Agu) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์จากบริษัท Gawal สะท้อนมุมมองว่า "แม้จะถูกแพ็กเกจมาในรูปแบบของความช่วยเหลือ แต่มันก็แสดงให้เราเห็นถึงวิถีแบบจีน และกระตุ้นให้เราใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรของพวกเขา ซึ่งจะว่าไป ความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกก็ทำแบบเดียวกัน"
ภายในฟาร์มสาธิตของบริษัทในนครอาบูจา (Abuja) มีเครื่องยนต์รถไถนาที่นำเข้ามาใหม่หลายร้อยเครื่องเพื่อเตรียมส่งมอบให้เกษตรกรชาวไนจีเรีย และยังทำหน้าที่เป็นโชว์รูมสำหรับอุปกรณ์และเทคโนโลยีของจีนอีกด้วย
ถึงกระนั้น นายสวีระบุว่า ความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท Gawal คือการได้รับความร่วมมือและความไว้วางใจจากรัฐบาลและชุมชนท้องถิ่น
"หน่วยงานภาครัฐชื่นชมการมีส่วนร่วมของบริษัทในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และการสร้างขีดความสามารถให้แก่เกษตรกร" นายสวีกล่าว "เกษตรกรเองก็ตอบรับในเชิงบวก เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงและแนวทางการเพาะปลูกที่ดีขึ้น ได้ช่วยเพิ่มทั้งผลผลิตและรายได้ให้แก่พวกเขา"
เพื่อสนับสนุนความพยายามของจีน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ (Food and Agriculture Organization - FAO) ได้เริ่มโครงการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งการนำเครื่องจักรกลมาใช้ในการเกษตรของแอฟริกา ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับสำนักงานสหประชาชาติเพื่อความร่วมมือแบบใต้-ใต้ ในประเทศจีน (UN Office for South-South Cooperation in China)
วัตถุประสงค์คือการสร้างแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่รัฐ และเกษตรกรจากแอฟริกาและเอเชีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ
นายเมแชก มาโล (Meshack Malo) รองผู้อำนวยการภูมิภาคแอฟริกาของ FAO กล่าวว่า "การนำเครื่องจักรมาใช้ในการเกษตรเป็นเสาหลักสำคัญในวาระการเปลี่ยนผ่านของแอฟริกา การปรับใช้เครื่องจักรที่ขยายผลได้ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือเรื่องเร่งด่วน"
ทางด้านประเทศสหรัฐอเมริกา (US) เพื่อคานอิทธิพลของจีนในธุรกิจการเกษตรของแอฟริกา ก็ได้ก้าวเข้ามาแทรกแซงด้วยมาตรการของตนเองเช่นกัน
ในขณะที่รัฐบาลกรุงปักกิ่ง ชื่นชอบการลงทุนในโครงการเกษตรขนาดใหญ่ รัฐบาลกรุงวอชิงตัน (Washington) กลับมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนภาคเอกชน โดยส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงและปรับปรุงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงการเกษตรสหรัฐฯ (US Department of Agriculture) ได้ให้การค้ำประกันสินเชื่อทางการค้าภายใต้โครงการ GSM 102 เพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรของอเมริกา และโครงการ Facility Guarantee Programme สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังจัดหาปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์พิเศษและปุ๋ย เพื่อสนับสนุนพืชผล เช่น ข้าวโพด ข้าว ข้าวบาร์เลย์ และข้าวสาลี
เป้าหมายทางการเกษตรของประเทศจีน (China) ในแอฟริกา ตามที่กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุไว้ คือการสนับสนุนวาระปี 2063 ของสหภาพแอฟริกา (African Union's Agenda 2063) โดยเป้าหมายหลักคือการบรรลุความมั่นคงทางอาหารระดับทวีป ด้วยการเปลี่ยนฟาร์มแบบยังชีพให้กลายเป็นการเกษตรอุตสาหกรรมที่มีผลิตภาพสูงและใช้เครื่องจักรกล
ประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ดูเหมือนจะขานรับแนวทางนี้ เมื่อได้ประกาศข้อตกลงมูลค่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐร่วมกับประเทศจีน (China) เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อจัดตั้งฟาร์มสัตว์ปีกยักษ์ 6 แห่งทั่วประเทศ โดยฟาร์มแต่ละแห่งจะตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 7,000 ถึง 10,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 43,750 ถึง 62,500 ไร่) และมีความสามารถในการผลิตไข่ไก่ได้ถึงวันละ 1 ล้านฟอง พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงไฟฟ้า รวมถึงฟาร์มข้าวโพดและถั่วเหลืองเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลกรุงปักกิ่ง (Beijing) ตัดสินใจบังคับใช้นโยบายภาษีศุลกากร 0% สำหรับสินค้าส่งออกจากแอฟริกา หมายความว่าผลผลิตส่วนเกินจำนวนมากจะมีโอกาสส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของการส่งออกสินค้าเกษตรจากแอฟริกา ตามรายงานการศึกษาที่นำโดย นายจ้าว เวินเจี๋ย (Zhao Wenjie) จากมหาวิทยาลัยการเกษตรแห่งประเทศจีน (China Agricultural University) ในกรุงปักกิ่ง
รายงานการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Sustainability เมื่อเดือนมีนาคม ระบุว่า แนวทางที่แตกต่างกันระหว่างชาติตะวันตกและประเทศจีน (China) ส่งผลต่อผลลัพธ์ของโครงการอย่างชัดเจน
ความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกมักจะมาพร้อมกับเงื่อนไขที่เข้มงวดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
"แม้มาตรฐานเหล่านี้จะมีความสำคัญ แต่บางครั้งประเทศในแอฟริกากลับมองว่าเป็นการแทรกแซงหรือมีลักษณะแบบเจ้าขุนมูลนาย" นายจ้าวและคณะเขียนระบุ "ในทางกลับกัน แนวทางของจีนที่ไม่ตั้งเงื่อนไขช่วยให้ประเทศเหล่านี้รู้สึกผ่อนคลาย และเปิดทางให้เกิดความร่วมมือที่ยืดหยุ่นและเป็นรูปธรรมมากกว่า"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/l9b10?utm_source=copy-link&utm_campaign=3363433&utm_medium=share_widget