.
'จีน-รัสเซีย-อิหร่าน' แท็กทีมโต้กลับ E3-สหรัฐฯ ค้านผลักดันนิวเคลียร์อิหร่านเข้า UNSC ชี้ไร้ฐานกฎหมาย-เสี่ยงเพิ่มความตึงเครียด
10-9-2026
Al Jazeera รายงานว่า จีน รัสเซีย และอิหร่านออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ระหว่างการประชุมคณะผู้ว่าการ IAEA ณ กรุงเวียนนา เพื่อคัดค้านร่างมติที่สหรัฐฯ และกลุ่ม E3 ผลักดันให้รายงานประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านต่อ UNSC
จีน รัสเซีย และอิหร่านออกแถลงการณ์ร่วม คัดค้านร่างมติที่สหรัฐฯ และกลุ่ม E3 ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ผลักดันต่อที่ประชุมคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA เพื่อให้ส่งประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเข้าสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC
ทั้ง 3 ประเทศระบุว่า ความพยายามดังกล่าวไม่มีฐานทางกฎหมาย มีข้อบกพร่องทั้งด้านเนื้อหาและกระบวนการ อีกทั้งเสี่ยงทำให้สถานการณ์เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านตึงเครียดมากขึ้น
ถ้อยแถลงร่วมมีขึ้นระหว่างการประชุมคณะผู้ว่าการ IAEA ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยผู้แทนของจีน รัสเซีย และอิหร่านเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกพิจารณาผลกระทบของร่างมติดังกล่าวอย่างรอบคอบ และไม่สนับสนุนข้อเสนอที่สหรัฐฯ และ E3 เป็นผู้ผลักดัน
จีน รัสเซีย และอิหร่านระบุว่า ร่างมติดังกล่าวขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของฝ่ายผู้เสนอที่ระบุว่าสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยการทูต เนื่องจากเนื้อหาของร่างมติมีลักษณะเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน และอาจบั่นทอนความร่วมมือระหว่าง Tehran กับ IAEA
โต้แย้งสถานะมติ 2231
จีน รัสเซีย และอิหร่านยืนยันว่า บทบัญญัติทั้งหมดภายใต้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2231 หรือ Resolution 2231 ซึ่งรองรับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 หรือ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) สิ้นสุดผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2025
ด้วยเหตุนี้ ทั้ง 3 ประเทศจึงมองว่า ความพยายามของ E3 ในการใช้กลไก Snapback เพื่อรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติต่ออิหร่าน ไม่มีผลทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการผลักดันให้ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA รายงานประเด็นการปฏิบัติตาม Resolution 2231 ต่อ UNSC ก็ไม่มีฐานทางกฎหมายเช่นกัน
จีน รัสเซีย และอิหร่านยังวิจารณ์ว่า ร่างมติของสหรัฐฯ และ E3 ไม่ได้กล่าวถึงเหตุโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งทั้ง 3 ประเทศมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบัน และทำให้การตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ของ IAEA เป็นไปได้ยากขึ้น
ตะวันตกชี้อิหร่านไม่ร่วมมือ
ด้านสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี สนับสนุนให้ IAEA ส่งเรื่องอิหร่านต่อ UNSC โดยให้เหตุผลว่า Tehran ไม่ให้ความร่วมมืออย่างเพียงพอต่อการตรวจสอบของ IAEA และไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
ฝ่ายตะวันตกยังแสดงความกังวลต่อกรณีผู้ตรวจสอบ IAEA พบร่องรอยยูเรเนียมในพื้นที่บางแห่งของอิหร่าน ซึ่งไม่ได้มีการแจ้งต่อ IAEA ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยต้องการให้ IAEA รายงานเรื่องดังกล่าวต่อ UNSC เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี
มีรายงานว่า คณะผู้ว่าการ IAEA ได้ลงมติรับรองร่างดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 23 เสียง คัดค้าน 3 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง โดยจีน รัสเซีย และไนเจอร์ ลงคะแนนคัดค้าน ส่งผลให้ IAEA รายงานประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านต่อ UNSC แล้ว
ผลหลังส่งเรื่องเข้า UNSC
การที่ IAEA รายงานประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านต่อ UNSC ไม่ได้หมายความว่าจะมีการคว่ำบาตรเพิ่มเติมหรือการใช้กำลังทางทหารโดยอัตโนมัติ แต่ทำให้ UNSC สามารถนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณามาตรการที่มีผลผูกพันได้ หากสมาชิกเห็นชอบ
อย่างไรก็ตาม จีนและรัสเซียเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC และมีสิทธิยับยั้ง หรือ Veto จึงอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของสหรัฐฯ และชาติยุโรปในการผลักดันมาตรการลงโทษเพิ่มเติมต่ออิหร่าน แม้ฝ่ายตะวันตกจะยังสามารถเพิ่มแรงกดดันทางการทูตผ่านเวที IAEA ได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/AJENews/status/2097728726322626783?s=20