.
โรงงานผลิตรถยนต์ Volkswagen เตรียมปรับเป็นโรงงานผลิตอาวุธของอิสราเอล
9-9-2026
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี Volkswagen บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนการขายโรงงานแห่งหนึ่งและปรับเปลี่ยนสถานที่ดังกล่าวให้เป็นศูนย์กลางการผลิตด้านการทหาร โดยมี Rafael Advanced Defense Systems บริษัทผู้ผลิตอาวุธของอิสราเอล เตรียมเข้ามาเป็นพันธมิตรอุตสาหกรรมรายใหญ่รายแรก
Volkswagen ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐโลเวอร์แซกโซนีของเยอรมนี และบริษัทลงทุนของอิสราเอล Aurelius Capital เกี่ยวกับเงื่อนไขสำคัญในการขายโรงงาน Osnabrück โดยภายใต้แผนดังกล่าว Aurelius จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่รัฐโลเวอร์แซกโซนีจะเข้าถือหุ้นในโรงงานแห่งนี้ด้วย
โรงงานดังกล่าวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการผลิตรถยนต์ไปเป็นสิ่งที่ Volkswagen เรียกว่า “ศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันความมั่นคงและการป้องกันประเทศ” โดยโครงการหลักโครงการแรกจะเป็นความร่วมมือกับ Rafael ในการผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศและชิ้นส่วนสำหรับเยอรมนีและลูกค้ารายอื่นในยุโรป
Rafael เป็นบริษัทด้านกลาโหมของรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ Iron Dome โรงงาน Osnabrück คาดว่าจะผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ยานพาหนะทางทหาร แท่นยิง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้กับระบบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของสื่ออิสราเอล ขีปนาวุธสกัดกั้น Tamir จะไม่ได้ผลิตที่โรงงานแห่งนี้
โรงงาน Osnabrück มีประวัติการผลิตด้านการทหารย้อนกลับไปถึงยุคนาซีเยอรมนี เดิมโรงงานแห่งนี้เป็นของบริษัทผู้ผลิตตัวถังรถยนต์ Karmann ซึ่งเคยผลิตชิ้นส่วนอากาศยานให้กับกองทัพเยอรมนีในช่วงสงคราม และมีการใช้แรงงานบังคับในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
Volkswagen เข้ารับช่วงกิจการของ Karmann ใน Osnabrück หลังบริษัทล้มละลายในปี 2009 และตัดสินใจในปี 2024 ที่จะยุติการผลิตรถยนต์ภายในฤดูร้อนปี 2027
ข้อตกลงใหม่คาดว่าจะช่วยรักษาตำแหน่งงานไว้ได้มากกว่า 1,200 ตำแหน่ง ขณะที่ Oliver Blume ซีอีโอของ Volkswagen Group กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะเปิดทางให้โรงงานแห่งนี้มี “อนาคตทางอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่”
ด้าน Olaf Lies มุขมนตรีรัฐโลเวอร์แซกโซนี เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเข้ากับการเพิ่มศักยภาพด้านกลาโหมของเยอรมนีในวงกว้าง โดยกล่าวว่าเกิด “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสถานการณ์ด้านความมั่นคงของเราและความจำเป็นในการปกป้องประเทศ”
มีรายงานว่าข้อตกลงดังกล่าวเผชิญการคัดค้านจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Volkswagen อย่างไรก็ตาม โครงสร้างข้อตกลงสุดท้ายจะทำให้ Rafael ไม่ได้เข้ามาเป็นเจ้าของโรงงาน โดย Aurelius และรัฐโลเวอร์แซกโซนีจะเป็นผู้เข้าถือครองแทน
การปรับเปลี่ยนโรงงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Volkswagen กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้ยืนยันแผนลดตำแหน่งงานทั่วโลกมากถึง 100,000 ตำแหน่งภายในปี 2030 เนื่องจากเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอในยุโรป ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลังสูญเสียแหล่งพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีน
ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นของยุโรป รวมถึง Mercedes-Benz ก็หันมาให้ความสนใจกับภาคอุตสาหกรรมกลาโหมมากขึ้นเช่นกัน การปรับเปลี่ยนโรงงานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเพิ่มกำลังทางทหารในวงกว้างทั่วสหภาพยุโรป ซึ่งมอสโกมองว่าเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย
เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า เยอรมนีในปัจจุบันและสหภาพยุโรปที่เหลือกำลัง “เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นไรช์ที่สี่ (Fourth Reich)” โดยชี้ไปที่ความพยายามของเบอร์ลินในการสร้างกองทัพตามแบบแผนที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า ประเทศสมาชิกนาโตไม่ได้ปกปิดเจตนาของตนอีกต่อไป และได้ก้าวข้ามจากการสนับสนุนเคียฟไปสู่การ “พูดอย่างเปิดเผยว่าพวกเขากำลังเตรียมทำสงครามกับเรา”
ที่มา RT