.
มติแผนที่ UN จุดชนวนความขัดแยังครั้งใหม่ระหว่าง อินเดีย-ปากีฯ เปิดศึกโต้แย้งอธิปไตยพื้นที่พิพาท เหนือดินแดนจัมมูและแคชเมียร์
8-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า มติขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ส่งเสริมการใช้แบบจำลองการฉายภาพแผนที่ที่มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ได้จุดชนวนความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างประเทศอินเดีย (India) และประเทศปากีสถาน (Pakistan) เหนือดินแดนข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ
สงครามน้ำคำทางการทูตได้เปิดฉากขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหนืออธิปไตยในพื้นที่จัมมูและแคชเมียร์ (Jammu and Kashmir) ซึ่งทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ์เป็นของตนเอง ทว่าเข้าปกครองบริหารแยกกันคนละส่วน
ข้อพิพาทดังกล่าวถูกจุดชนวนขึ้นหลังจากที่ทั้งประเทศอินเดีย (India) และประเทศปากีสถาน (Pakistan) ได้ลงมติร่วมกับรัฐสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ (UN) เกือบทั้งหมดเมื่อวันศุกร์ เห็นชอบต่อมติที่สนับสนุนให้ใช้แผนที่ที่แสดงขนาดเปรียบเทียบของผืนแผ่นดินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ในการชี้แจงเกี่ยวกับการลงมติต้องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย (Ministry of External Affairs) ระบุว่า ประเทศไม่ได้ให้การรับรองแผนที่ฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นการเฉพาะ พร้อมทั้งย้ำเตือนว่า การแสดงภาพดินแดนของตนที่ไม่ถูกต้องบนแผนที่ถือเป็นเรื่องที่ “ไม่อาจยอมรับได้”
(ดินแดนข้อพิพาทระหว่างประเทศอินเดีย (India) ประเทศปากีสถาน (Pakistan) และประเทศจีน (China) — อ้างอิงตามสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg))
“ดินแดนอธิปไตยของประเทศอินเดีย (India) ซึ่งรวมถึงดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ (Jammu and Kashmir) และลาดัข (Ladakh) ต้องได้รับการแสดงภาพตามแผนที่อย่างเป็นทางการของประเทศอินเดีย (India)” กระทรวงการต่างประเทศอินเดียระบุในแถลงการณ์ “จุดยืนของเราเกี่ยวกับอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอินเดีย (India) มีความชัดเจน สอดคล้องกัน และไม่อาจต่อรองได้”
ฝ่ายประเทศปากีสถาน (Pakistan) ได้ออกมาคัดค้านการแสดงภาพอธิปไตยของประเทศอินเดีย (India) เหนือพื้นที่ข้อพิพาทจัมมูและแคชเมียร์ (Jammu and Kashmir) โดยในแถลงการณ์ที่ใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวเมื่อวันจันทร์ กระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน (Foreign Ministry) ระบุว่า ข้อกล่าวอ้างของประเทศอินเดีย (India) นั้น “ไร้สาระและไม่มีมูลความจริง” พร้อมทั้งชี้ว่าอธิปไตยไม่สามารถอ้างสิทธิ์ได้โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว
“ข้อพิพาทจัมมูและแคชเมียร์ (Jammu and Kashmir) ยังคงเป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่เก่าแก่ที่สุด ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติซึ่งอยู่ในวาระของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council)” แถลงการณ์ระบุ “สิ่งที่เรียกว่าแผนที่อย่างเป็นทางการและการอ้างอิงอธิปไตยฝ่ายเดียวของประเทศอินเดีย (India) ไม่มีผลผูกพันหรือมีอิทธิพลใดๆ ต่อสถานะของดินแดนข้อพิพาท”
ดินแดนดังกล่าวยังคงเป็นชนวนความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยประเทศอินเดีย (India) และประเทศปากีสถาน (Pakistan) ได้ทำสงครามสู้รบกันมาแล้วถึงสามครั้งเหนือภูมิภาคเทือกเขาฮิมาลัยแห่งนี้ นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากการปกครองของประเทศอังกฤษ (UK) ในปี 1947
มติขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการผลักดันโดยกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาที่คัดค้านการฉายภาพแผนที่ซึ่งทำให้ทวีปแอฟริกาดูมีขนาดเล็กกว่าความเป็นจริง โดยความเคลื่อนไหวขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนให้รัฐบาล สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และบริษัทเทคโนโลยี ต่างหันมาใช้การฉายภาพแบบ Equal Earth (Equal Earth Projection) สำหรับแผนที่ ซึ่งสามารถสะท้อนขนาดเปรียบเทียบของผืนแผ่นดินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น อ้างอิงตามคำแถลงขององค์การสหประชาชาติ (UN) ทั้งนี้ ประเทศสหรัฐฯ (US) เป็นเพียงประเทศเดียวที่ลงมติคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่มี 6 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศยูเครน (Ukraine) ที่ลงมติตามงดออกเสียง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-07/un-map-vote-sparks-fresh-india-pakistan-row-over-disputed-region