กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านโจมตีแคนาดา
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านโจมตีแคนาดา กรณีสนับสนุนการดำเนินการของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ
9-9-2026
อิหร่านออกมาโจมตีแคนาดาที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกล่าวหาว่าการกระทำของออตตาวาเป็น “การแสดงให้เห็นถึงความสับสนทางยุทธศาสตร์และการยอมจำนนต่อการข่มขู่”
เอสมาอีล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า แคนาดาเลือกที่จะ “เอาใจ” สหรัฐฯ “ในวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงการดูหมิ่นอธิปไตยและเอกราชของแคนาดาอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยการแสดงให้เห็นทั้งประเทศเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ”
บากาอีหมายถึงโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นภาพแผนที่ที่แสดงอาณาเขตของสหรัฐฯ ครอบคลุมแคนาดา กรีนแลนด์ และไอซ์แลนด์
ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ทรัมป์ได้กล่าวหลายครั้งถึงแนวคิดที่จะทำให้แคนาดากลายเป็น รัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และผนวกกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
คำกล่าวของบากาอีมีขึ้นหลังจากแคนาดาประณาม “การกระทำที่บ่อนทำลายเสถียรภาพ” ของอิหร่านในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อรักษาแรงกดดันต่ออิหร่านในระดับสูง ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการคว่ำบาตร และสนับสนุนความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งที่นำโดยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร
บากาอีกล่าวว่า “แคนาดาไม่สามารถอ้างตัวอย่างน่าเชื่อถือว่าเป็นผู้สนับสนุน ‘สันติภาพและความมั่นคง’ ‘เสรีภาพในการเดินเรือ’ และ ‘กฎหมายระหว่างประเทศ’ ขณะที่ในเวลาเดียวกันกลับสนับสนุนการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ และการดำเนินการที่ผิดกฎหมายและแทรกแซงกิจการภายในภูมิภาคของเราโดยวอชิงตัน”
“นี่ไม่ใช่ทั้ง ‘การทูต’ และ ‘การดำเนินนโยบายของรัฐอย่างมีความรับผิดชอบ’ แต่เป็น... การเลือกทางหนึ่ง ซึ่งจะไม่สามารถปกป้องแม้แต่แคนาดาเองจากการกลั่นแกล้งและการรุกรานของสหรัฐฯ ได้” บากาอีกล่าว
เขายังตั้งคำถามว่า เหตุใดออตตาวาจึงเลือกสนับสนุนวอชิงตัน ทั้งที่แคนาดาเคยประสบกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความไม่จริงใจของสหรัฐฯ” และรู้ดีว่า “ลายเซ็นของสหรัฐฯ เขียนด้วยดินสอ” ซึ่งสื่อถึงความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลงคำมั่นสัญญาของสหรัฐฯ
การเจรจาการค้าระหว่างออตตาวากับวอชิงตันล้มเหลวเมื่อเดือนที่แล้ว โดยมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ มากเกินไป “พวกเขาเรียกร้องมากเกินไปและเสนอให้น้อยเกินไป” เขากล่าว
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าของแคนาดามูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แคนาดาก็ประกาศใช้มาตรการตอบโต้แบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เวลา 00:01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันอังคาร
อิหร่านเตือนเกาหลีใต้ด้วย
อิหร่านยังโจมตีพันธมิตรชาติอื่นของสหรัฐฯ เช่น เกาหลีใต้ ด้วย โดยบากาอีเตือนกรุงโซลเมื่อวันจันทร์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางทหารและสนับสนุนสิ่งที่เขาเรียกว่า “การรุกราน” ของสหรัฐฯ โดยโพสต์ข้อความบน X เป็นภาษาเกาหลี
กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้มีรายงานว่า ระบุเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า เกาหลีใต้กำลัง “สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลางโดยเร็วที่สุด”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงโซลระบุว่ากำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ รวมถึง มาตรการทางทหารเพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของ Reuters
บากาอีโพสต์ข้อความเตือนว่า“ประเทศอื่นใดที่ยังคงมีกำลังทหารอยู่ หรือเข้าร่วมปฏิบัติการของ [สหรัฐฯ] ในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ จะถูกมองได้เพียงว่าเป็นผู้สนับสนุนผู้ก่อการรุกรานโดยตรง และจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรง”
เสียงวิจารณ์จากสหรัฐฯ ในช่วงค่ำวันจันทร์ เจสัน โครว์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต รัฐโคโลราโด อดีตทหารกองทัพบกสหรัฐฯ และสมาชิกคณะกรรมาธิการข่าวกรองถาวร รวมถึงคณะกรรมาธิการกองทัพประจำสภาผู้แทนราษฎร เรียกสงครามครั้งนี้ว่า “หล่มโคลนอย่างแท้จริง” (an absolute quagmire)
ในโพสต์บน X โครว์กล่าวว่าความขัดแย้งนี้ “สามารถคาดการณ์ได้ทั้งหมดและสามารถป้องกันได้” พร้อมเรียกร้องให้ยุติ “สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น” ในตะวันออกกลาง
พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เคยกล่าวตั้งแต่ช่วงต้นของความขัดแย้งว่า สำหรับวอชิงตันแล้ว นี่จะไม่ใช่ “สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น”
ความคิดเห็นดังกล่าวได้รับเสียงสะท้อนจากวุฒิสมาชิกมาร์ก วอร์เนอร์ จากพรรคเดโมแครต รัฐเวอร์จิเนีย รองประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภา ซึ่งวิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผ่านคลิปวิดีโอบน X “สงครามอิหร่านที่โดนัลด์ ทรัมป์เลือกเปิดฉากขึ้น ทำให้ชาวอเมริกันต้องเสียเงิน 100,000 ล้านดอลลาร์” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “ทุก ๆ สองนาที ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านดอลลาร์”
เขากล่าวต่อว่า ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ “ยังไม่มีความคืบหน้าเลย” ในแง่ของเป้าหมายของสงครามครั้งนี้ พร้อมระบุว่า“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มสงครามที่เลือกเองโดยไม่มีแผน ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีพันธมิตร และไม่มีทางออก”
ที่มา CNBC