รัสเซีย-เวียดนาม กระชับสัมพันธ์รอบด้าน
รัสเซีย-เวียดนาม กระชับสัมพันธ์รอบด้าน ลงนามข้อตกลงน้ำมัน-ก๊าซ-นิวเคลียร์ ขณะฮานอยเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่หนุนเป้าเติบโต 10%
10-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย กล่าวแสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในระหว่างการหารือร่วมกับ ประธานาธิบดี โต เลิม ผู้นำแห่งประเทศเวียดนาม ณ ทำเนียบเครมลิน
การหารือระหว่างสองผู้นำมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือด้านพลังงาน ยุทโธปกรณ์กลาโหม ตลอดจนการกระจายพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนาม ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลจีนใต้และตลาดพลังงานโลก
ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้เปิดทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ณ กรุงมอสโก (Moscow) เพื่อต้อนรับและเข้าร่วมการหารืออย่างเป็นทางการกับ ประธานาธิบดี โต เลิม (To Lam) ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศเวียดนาม (Vietnam) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยผู้นำรัสเซียได้กล่าวชื่นชมการเติบโตอย่างรวดเร็วของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ
“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน” ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กล่าวต่อ ประธานาธิบดี โต เลิม (To Lam) ในระหว่างการประชุม โดยระบุว่ามูลค่าการค้าระหว่างประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศเวียดนาม (Vietnam) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 6 ในปีที่ผ่านมา และอัตราการเติบโตดังกล่าวได้ “เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า” ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน เนื่องจากประเทศรัสเซีย (Russia) ถือเป็นผู้จัดหายุทโธปกรณ์ทางการทหารรายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนาม (Vietnam) โดยในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ทางการกรุงฮานอย (Hanoi) กำลังเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถทางการทหารของตนเอง พร้อมทั้งแสวงหาการกระจายพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับการขยายอิทธิพลและการปรากฏตัวที่แข็งกร้าวขึ้นของประเทศจีน (China) ในน่านน้ำข้อพิพาทบริเวณทะเลจีนใต้ (South China Sea)
นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านพลังงานถือเป็นอีกหนึ่งวาระหลักของการเดินทางเยือนในครั้งนี้ โดยเป็นการต่อยอดจากบทบาทที่ยาวนานของประเทศรัสเซีย (Russia) ในภาคสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของประเทศเวียดนาม (Vietnam) ตลอดจนข้อตกลงในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นิญถ่วน 1 (Ninh Thuan 1 Nuclear Power Plant) ขณะเดียวกัน ทางการกรุงฮานอย (Hanoi) กำลังเร่งจัดหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ภายหลังวิกฤตสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) เพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับร้อยละ 10
ภายหลังการประชุมร่วมกันของสองผู้นำ ทั้งสองประเทศได้ลงนามในชุดข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับ โดย ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เปิดเผยว่า บริษัทสัญชาติรัสเซียมีความสนใจอย่างยิ่งในการพัฒนาการจัดส่งพลังงานผ่านทางผ่าน (Transit Supplies) ในประเทศเวียดนาม (Vietnam) ไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่บริษัทรัฐวิสาหกิจ ซารูเบจเนฟต์ (Zarubezhneft) ได้ลงนามในข้อตกลงแบ่งปันผลผลิต (Production-sharing Agreement) สำหรับแปลงขุดเจาะนอกชายฝั่งร่วมกับกระทรวงการค้าแห่งประเทศเวียดนาม (Vietnam)
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ (Interfax) รายงานอ้างคำกล่าวของ นายเลโอนิด มิเคลสัน (Leonid Mikhelson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โนวาเทก (Novatek PJSC) โดยระบุว่า บริษัทอาจเริ่มทำการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปยังประเทศเวียดนาม (Vietnam) ภายในปีหน้า ซึ่งปัจจุบันการหารือได้ก้าวเข้าสู่ระยะขั้นสูงแล้ว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โด เลิม (To Lam) ได้เข้าหารือร่วมกับ นายมีฮาอิล มีชุสติน (Mikhail Mishustin) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมของทั้งสองประเทศได้หารือถึงการยกระดับความร่วมมือทางการทหารในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงมอสโก (Moscow) ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในประเทศรัสเซีย (Russia) ประธานาธิบดี โด เลิม (To Lam) มีกำหนดการจะเดินทางต่อไปยังประเทศฝรั่งเศส (France) เพื่อเข้าหารือกับ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอวกาศนานาชาติ (International Space Summit) ณ นครปารีส (Paris) ซึ่งคาดว่าการเยือนจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง วัตถุดิบวิกฤต (Critical Minerals) และเทคโนโลยีอวกาศ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) เคยให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ การขนส่ง และพลังงานนิวเคลียร์ ในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงฮานอย (Hanoi) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำฝรั่งเศสระบุว่ามีการลงนามในสัญญารวมมูลค่ากว่า 9 พันล้าน ยูโร (ประมาณ 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ปีนี้นับเป็นปีที่มีตารางการเดินทางเยือนต่างประเทศที่แน่นขนัดเป็นพิเศษสำหรับผู้นำเวียดนาม โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้เดินทางเยือนประเทศออสเตรเลีย (Australia), ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) และประเทศสิงคโปร์ (Singapore) ซึ่งเขาได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์หลักในเวทีการประชุม Shangri-La Dialogue เพื่อนำเสนอนัยทัศน์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค
ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดี โด เลิม (To Lam) ยังได้เดินทางเยือนประเทศจีน (China) และประเทศสหรัฐฯ (US) ซึ่งตอกย้ำถึงความพยายามของประเทศเวียดนาม (Vietnam) ในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับบรรดามหาอำนาจหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์หลัก ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศเวียดนาม (Vietnam) ยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าขั้นสุดท้าย หลังจากทางการกรุงวอชิงตัน (Washington) ยกระดับแรงกดดันด้วยการเปิดฉากไต่สวนทางการค้าพร้อมกัน 3 กรณีเกี่ยวกับแนวทางการค้าของกรุงฮานอย (Hanoi) ทั้งนี้ ประธานาธิบดี โด เลิม (To Lam) มีกำหนดการจะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ (US) อีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ณ นครนิวยอร์ก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-09/putin-meets-vietnam-president-with-trade-defense-ties-on-agenda?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy