พบซากขีปนาวุธ DF-15A ของจีนในเยเมน
พบซากขีปนาวุธ DF-15A ของจีนในเยเมนครั้งแรก จุดกระแสคาดการณ์ว่าซาอุฯ อาจนำขีปนาวุธจากจีนมาใช้ในการสู้รบกับกลุ่มฮูตี
16-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า มีการใช้ขีปนาวุธตระกูล DF ของประเทศจีน (China) เป็นครั้งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) หรือไม่?
คลิปวิดีโอส่วนเครื่องยนต์จรวดของขีปนาวุธ DF-15A ในเมืองมาริบ (Marib) สะท้อนถึงการส่งมอบอาวุธอย่างลับๆ ในขณะที่การสู้รบระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และกลุ่มฮูตี (Houthis) ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
เศษซากชิ้นส่วนจากขีปนาวุธทิ้งตัวระยะสั้น (Short-range Ballistic Missile) ที่ผลิตโดยประเทศจีน (China) ถูกค้นพบในประเทศเยเมน (Yemen) เป็นครั้งแรก ซึ่งส่งผลให้เกิดการวิเคราะห์ว่าระบบอาวุธของประเทศจีน (China) อาจถูกนำมาใช้อย่างจริงจังในระหว่างการสู้รบอันดุเดือดระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และกลุ่มฮูตี (Houthis)
คลิปวิดีโอที่แพร่สะพัดบนสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นซากชิ้นส่วนจากท่อนส่งดันเร่ง (Booster Stage) ของขีปนาวุธทิ้งตัวระยะสั้น ซึ่งมีข้อความระบุรหัส "DF-15A" ปรากฏอยู่บนส่วนข้างของลำตัว โดยถูกค้นพบในเขตแร็กวาน (Raghwan) ของจังหวัดมาริบ (Marib) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงซานา (Sanaa) เมืองหลวงของประเทศเยเมน (Yemen) ตามระยะทางถนนประมาณ 170 กิโลเมตร (105 ไมล์)
นอกจากนี้ ภาพชุดเดียวกันนี้ยังได้รับการเผยแพร่โดยตรงแบบไม่มีการเซนเซอร์ผ่านทางสำนักข่าวออนไลน์หลายแห่งของประเทศจีน (China) อีกด้วย
การค้นพบในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันการปรากฏตัวของขีปนาวุธรุ่น DF-15A และในภาพกว้างคือขีปนาวุธตระกูล Dongfeng ในการปฏิบัติการจริงในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) โดยที่ไม่เคยมีรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการมาก่อนเกี่ยวกับการส่งออกขีปนาวุธรุ่นดังกล่าวไปยังองค์กรหรือประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ซึ่งบ่งชี้ว่าขีปนาวุธที่ผลิตโดยประเทศจีน (China) อาจถูกส่งมอบมายังภูมิภาคแห่งนี้อย่างเป็นความลับ
สำหรับขีปนาวุธ DF-15A เป็นรุ่นปรับปรุงขั้นสูงของขีปนาวุธทิ้งตัวระยะสั้นตระกูล DF-15 ของประเทศจีน (China) ซึ่งเป็นตระกูลขีปนาวุธที่มีระยะยิงไกลสูงสุดถึง 900 กิโลเมตร แม้ว่าขีปนาวุธตระกูล DF-15 จะถูกจัดหมวดหมู่เป็นระบบขีปนาวุธขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแข็งท่อนเดียว (Single-stage Solid-propellant Missile System) แต่ชิ้นส่วนที่กู้คืนมาได้นั้นคาดว่าสอดคล้องกับโครงหุ้มเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งขนาดใหญ่ (Solid-rocket Motor Casing) ที่ใช้ในระหว่างช่วงส่งดันเร่งเริ่มต้น (Initial Boost Phase) ของการบิน
ปัจจุบัน ประเทศจีน (China) เป็นประเทศเดียวที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ประจำการขีปนาวุธตระกูล DF-15 แต่เคยมีรายงานข่าวถึงความเป็นไปได้ในการถ่ายโอนเทคโนโลยีไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศอียิปต์ (Egypt), ประเทศปากีสถาน (Pakistan) และประเทศซีเรีย (Syria)
การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะการสู้รบที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และกลุ่มติดอาวุธฮูตี (Houthis) ในประเทศเยเมน (Yemen) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอิหร่าน (Iran)
แม้ว่าทั้งประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และกลุ่มติดอาวุธฮูตี (Houthis) จะยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยหรือรับรองต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการครอบครองและปฏิบัติการขีปนาวุธ DF-15A แต่การวิเคราะห์เศษซากในประเทศเยเมน (Yemen) บ่งชี้ว่า กรุงริยาด (Riyadh) อาจเป็นผู้จัดนำเข้าและจัดตั้งการปฏิบัติการขีปนาวุธที่ผลิตโดยประเทศจีน (China) ดังกล่าว โดยอ้างอิงจากประวัติการจัดหาขีปนาวุธตระกูล Dongfeng เข้าสู่ประเทศอย่างเป็นความลับในอดีต
ประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) เคยจัดหาขีปนาวุธทิ้งตัวระยะปานกลาง (Intermediate-range Ballistic Missile) รุ่น DF-3A จากประเทศจีน (China) อย่างเป็นความลับในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ขณะที่กลุ่มฮูตี (Houthis) เป็นที่ทราบกันดีว่ามักจะบูรณาการเทคโนโลยีจากประเทศอิหร่าน (Iran) เข้าสู่ระบบคลังอาวุธของตนเป็นหลัก
นอกจากนี้ รายงานเมื่อเร็วๆ นี้จากภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลข่าวกรองเปิด (Open-source Intelligence) ได้แสดงหลักฐานยืนยันถึงการปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานขีปนาวุธที่ออกแบบโดยประเทศจีน (China) ของประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ซึ่งเชื่อมโยงกับตระกูลขีปนาวุธทิ้งตัวระยะพิสัยกลาง DF-21
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการครอบครองและประจำการขีปนาวุธที่ผลิตโดยประเทศจีน (China) แต่กลับไม่เคยปรากฏบันทึกหรือหลักฐานการใช้งานขีปนาวุธทิ้งตัวเหล่านี้ในการสู้รบจริงโดยประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) แม้แต่ในความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตี (Houthis) ที่เปิดฉากมาตั้งแต่ปี 2015 ก็ตาม
ในขณะนี้ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเศษซากของ DF-15A ตกอยู่ในพื้นที่จังหวัดมาริบ (Marib) ได้อย่างไร การค้นพบชิ้นส่วนท่อนส่งดันเร่ง (Booster Stage) บ่งชี้ว่าอาจเกิดจากการสลัดท่อนส่งตามปกติหลังสิ้นสุดช่วงส่งดันเร่ง หรือขีปนาวุธอาจเกิดการแตกกระจายกลางอากาศระหว่างการบิน ไม่ว่าจะเกิดจากความล้มเหลวของระบบภายในเอง หรือถูกทำลายจากปัจจัยภายนอก
สำหรับกลุ่มฮูตี (Houthis) ไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีระบบอาวุธที่สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธดังกล่าวได้ ในขณะที่มีรายงานการโจมตีทางอากาศของประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ในบริเวณใกล้เคียงหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 11 กันยายน สื่อของกลุ่มฮูตีระบุว่า มีการโจมตีทางอากาศจากประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) รวม 32 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดมาริบ (Marib), อัลเจาฟ์ (Al-Jawf), ตาอิซ (Taiz) และโฮเดดะฮ์ (Hodeidah)
แม้ว่าประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) จะนำเข้าอาวุธส่วนใหญ่จากประเทศสหรัฐฯ (US) และกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป (Europe) แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการยกระดับความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศกับประเทศปากีสถาน (Pakistan) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือป้องกันประเทศร่วมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Mutual Defence Agreement) ซึ่งลงนามเมื่อเดือนกันยายน ปี 2025
ข้อตกลงดังกล่าวถูกคาดการณ์ว่าอาจมีบทบาทสำคัญ โดยประเทศปากีสถาน (Pakistan) จะทำหน้าที่มอบร่มคุ้มกันนิวเคลียร์ (Nuclear Umbrella) ให้แก่ประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทหารที่พุ่งสูงขึ้นในภูมิภาค ทั้งนี้ ประมาณ 80% ของการนำเข้าอาวุธของประเทศปากีสถาน (Pakistan) เป็นการจัดหาจากประเทศจีน (China) และขีปนาวุธ DF-15A ก็ได้รับการประเมินว่ามีศักยภาพรองรับหัวหน้านิวเคลียร์ได้
ภายหลังจากมีรายงานว่าประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ร้องขอการสนับสนุนในการทำสงครามกับประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) กลุ่มติดอาวุธฮูตี (Houthis) ได้เปิดฉากบุกโจมตีในสงครามกลางเมืองต่อกองกำลังรัฐบาลเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) โดยสามารถเข้ายึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในเมืองมาริบ (Marib) และตาอิซ (Taiz) รวมถึงอ้างการควบคุมพื้นที่ชายฝั่งประเทศเยเมน (Yemen) ตลอดแนวทะเลแดง (Red Sea) และปิดล้อมทางเข้าช่องแคบแบบเอลมันเดบ (Strait of Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ ต่อการเดินเรือขนส่งน้ำมันของประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia)
ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มฮูตี (Houthis) ยังได้ยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนไร้คนขับเข้าใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางการทหารและพลังงาน ซึ่งซ้ำเติมสภาวะตึงเครียดในห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก ตามหลังการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) โดยประเทศอิหร่าน (Iran)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/military/article/3367581/has-chinese-df-missile-been-used-first-time-middle-east?module=perpetual_scroll_1_RM&pgtype=article