.
รัสเซียยกระดับเกมโดรน! ใช้ชิป AI จาก NVIDIA + เจาะช่องโหว่ใช้งานดาวเทียม Starlink ล่า-ทำลาย HIMARS ของยูเครน
21-1-2026
Asia Times รายงานว่า สงครามโดรนสมัยใหม่กำลังวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดพบหลักฐานสำคัญว่ารัสเซีย (Russia) ได้ยกระดับเทคโนโลยีการสู้รบด้วยการใช้ชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับสูงจากสหรัฐฯ และระบบอินเทอร์เน็ตดาวเทียม STARLINK เพื่อทำลายอาวุธยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง HIMARS ของยูเครน (Ukraine) ได้อย่างแม่นยำแม้จะอยู่ห่างจากแนวหน้าเกือบ 60 กิโลเมตร
ความพ่ายแพ้ของ HIMARS และข้อจำกัดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ
HIMARS ถือเป็นหนึ่งในระบบอาวุธที่ดีที่สุดที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ยูเครน มีความสามารถในการยิงจรวดนำวิถีและขีปนาวุธ ATACMS ซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 300 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม รัสเซียพบว่าการสกัดกั้น ATACMS กลางอากาศด้วยระบบ S-400 หรือ Buk-M3 นั้นทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากความเร็วระดับ Mach 3 และตำแหน่งการวางกำลังป้องกันที่อยู่ห่างไกลเกินไป
กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของรัสเซียในขณะนี้จึงไม่ใช่การตั้งรับ แต่เป็นการ "ค้นหาและทำลาย" รถฐานยิง HIMARS โดยตรง ซึ่งเดิมทีต้องใช้ขีปนาวุธ Iskander-M ที่มีราคาสูงถึง 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลูก แต่ปัจจุบันรัสเซียสามารถใช้โดรนราคาประหยัดที่ติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงมาปฏิบัติหน้าที่นี้แทน
ชิป NVIDIA: สมองกล AI ที่รบได้แม้ถูกตัดสัญญาณ
โดรนรัสเซียหลายรุ่นที่ถูกยิงตกในยูเครนถูกพบว่ามีการติดตั้งชิป AI จากบริษัท NVIDIA (เอ็นวิเดีย) ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะรุ่น NVIDIA Jetson TX2 และ Orin Nano ซึ่งเป็นโมดูลประมวลผล (SoM) ที่ช่วยให้โดรนสามารถจดจำเป้าหมาย เช่น รถถังหรือปืนใหญ่ และ "ล็อกเป้า" ได้โดยอัตโนมัติ (Autonomous lock-on) แม้สัญญาณวิทยุจากผู้บังคับจะถูกรบกวนโดยระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม
เทคโนโลยี "Edge AI" นี้ช่วยให้โดรนสามารถเปรียบเทียบภาพภูมิประเทศจริงกับภาพถ่ายดาวเทียมที่โหลดไว้ล่วงหน้า ทำให้มันมีความสามารถในการนำทางได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณ GPS ซึ่งทำให้โดรนเหล่านี้ "ภูมิคุ้มกัน" ต่อการรบกวนสัญญาณทุกรูปแบบ ชิปเหล่านี้มักถูกส่งผ่านจีน (China) ในฐานะสินค้าพลเรือนเนื่องจากมีสเปกต่ำกว่าเกณฑ์การสั่งห้ามส่งออกของสหรัฐฯ เพียงเล็กน้อย
STARLINK: กระดูกสันหลังใหม่ของโดรนรัสเซีย
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการปรากฏตัวของโดรนรัสเซียรุ่น Geran 2 และ BM-35 ที่ติดตั้งเทอร์มินัล STARLINK ของบริษัท SpaceX การใช้ดาวเทียมของ Elon Musk (อีลอน มัสก์) ช่วยให้โดรนสามารถส่งภาพวิดีโอคุณภาพสูงกลับไปยังผู้บังคับได้แบบเรียลไทม์จากระยะไกล และขยายระยะการปฏิบัติการจากเดิม 50 กิโลเมตร พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 230 กิโลเมตร
การบูรณาการ STARLINK เข้ากับเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนและลายพิมพ์เรดาร์ ช่วยให้ผู้บังคับโดรนมั่นใจได้ว่าพวกเขากำลังโจมตีรถ HIMARS ของจริง ไม่ใช่เป้าหมายลวง แม้ว่าระบบ STARLINK จะเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารทางทหารของยูเครน แต่รัสเซียกลับสามารถหาช่องทางเข้าถึงบัญชีใช้งานได้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นการขโมยข้อมูลหรือการจัดหาผ่านบุคคลที่สาม
การแข่งขันระดับโลกและก้าวต่อไปของมหาอำนาจ
สหรัฐฯ เริ่มมีการขยับตัวโดยกองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ได้เริ่มใช้โดรน LUCAS ที่ติดตั้ง STARLINK ในตะวันออกกลางเมื่อปลายปี 2025 ขณะที่ SpaceX ได้พัฒนา "Starshield" ที่มีการเข้ารหัสระดับทหารให้แก่เพนตากอนโดยเฉพาะ
ทางด้านจีน (China) ได้สั่งห้ามการใช้ STARLINK ในประเทศและกำลังเร่งพัฒนาโครงข่ายดาวเทียมของตนเอง เช่น "Thousand Sails" ที่มีเป้าหมายปล่อยดาวเทียมถึง 15,000 ดวง เพื่อรองรับกองทัพโดรนจำนวนมหาศาล ขณะเดียวกันรัสเซียยังคงพยายามสร้างระบบดาวเทียมของตนเองแต่ยังล้าหลังในด้านเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable launchers)
แม้รัสเซียจะขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมชิปขั้นสูง แต่ความสามารถในการปรับตัวและดัดแปลงเทคโนโลยีพลเรือนจากสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO มาใช้ในสงครามโดรน กำลังสร้างความท้าทายอย่างใหญ่หลวงต่ออาวุธยุทธศาสตร์ราคาแพงของตะวันตก สนามรบในยูเครนปี 2026 จึงกลายเป็นบทพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีราคาถูกที่ชาญฉลาดอาจมีอำนาจทำลายล้างเหนือกว่าอาวุธหนักแบบดั้งเดิม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://asiatimes.com/2026/01/russia-using-starlink-and-ai-to-knock-out-himars/