.
เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?
22-1-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ (US) สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาโวส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland) คือวาระเร่งด่วนที่ต้องจัดการเพื่อความมั่นคงของโลก พร้อมประกาศกร้าวจะใช้มาตรการภาษีศุลกากรเป็นอาวุธบีบกลุ่มประเทศยุโรปให้ยอมรับแผนการควบรวมดินแดนนี้
ในการแถลงข่าวครบรอบหนึ่งปีการรับตำแหน่งวาระที่สอง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งคำเตือนไปยัง สหราชอาณาจักร (UK), เดนมาร์ก (Denmark), นอร์เวย์ (Norway), สวีเดน (Sweden), ฝรั่งเศส (France), เยอรมนี (Germany), เนเธอร์แลนด์ (Netherlands) และฟินแลนด์ (Finland) ว่าจะต้องเผชิญภาษีนำเขร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะขยับขึ้นเป็นร้อยละ 25 ภายในเดือนมิถุนายน หากไม่สนับสนุนการที่สหรัฐฯ จะเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต (NATO) โดยมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ 7 ประการดังนี้:
1. จุดยุทธศาสตร์เหนือวงกลมขั้วโลก (The Arctic Gateway)
กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางวงกลมขั้วโลกเหนือ (Arctic Circle) ระหว่างมหาสมุทรอาร์กติกและแอตแลนติก แม้ในทางภูมิศาสตร์จะอยู่ในอเมริกาเหนือ แต่ในทางการเมืองเป็นดินแดนปกครองตนเองของราชอาณาจักรเดนมาร์ก พื้นที่กว่าร้อยละ 80 ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และมีประชากรราว 56,000 คน กระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวงนุก (Nuuk)
2. เพื่อนบ้านและความมั่นคงชายแดน (Proximity & Borders)
กรีนแลนด์มีพรมแดนใกล้กับแคนาดา (Canada) มากที่สุด โดยห่างกันเพียง 26 กิโลเมตร ณ ช่องแคบนาร์ส (Nares Strait) และยังมีการแบ่งเขตแดนบนเกาะฮันส์ (Hans Island) ร่วมกัน นอกจากนี้ ตำแหน่งของอลาสก้า (Alaska) และรัสเซีย (Russia) ยังแยกกันด้วยช่องแคบบะริง (Bering Strait) เพียง 85 กิโลเมตร ซึ่งหากนับเกาะไดโอมีด (Diomede Islands) ระยะห่างระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียจะเหลือเพียงไม่ถึง 4 กิโลเมตรเท่านั้น
3. ขนาดพื้นที่มหาศาล (Geographical Scale)
กรีนแลนด์มีพื้นที่ 2.17 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่ารัฐเท็กซัส (Texas) ถึง 3 เท่า และมีขนาดใหญ่พอๆ กับประเทศมหาอำนาจด้านทรัพยากรอย่าง ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia), เม็กซิโก (Mexico) หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC)
4. เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก (Arctic Shipping Routes)
การละลายของน้ำแข็งทำให้เรือปฏิบัติการในอาร์กติกเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ในรอบทศวรรษ โดยมี 3 เส้นทางสำคัญคือ:
Northern Sea Route (NSR): เลียบรัสเซีย ร่นเวลาเดินเรือเอเชีย-ยุโรป 10-15 วัน
Northwest Passage (NWP): ผ่านแคนาดา ร่นเวลาได้ 10 วันเทียบกับคลองปานามา
Transpolar Sea Route (TSR): เส้นทางตัดตรงผ่านขั้วโลกเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปี 2050 ด้วยเรือตัดน้ำแข็งประสิทธิภาพสูง
5. ฐานกำลังทางทหาร (Military Presence)
ฐานทัพอวกาศปิตูฟฟิก (Pituffik Space Base) ของสหรัฐฯ เป็นหัวใจสำคัญในการแจ้งเตือนภัยขีปนาวุธและการเฝ้าระวังอวกาศเพื่อคานอำนาจรัสเซีย ขณะที่เดนมาร์กดูแลความมั่นคงผ่านกองบัญชาการร่วมอาร์กติก (Joint Arctic Command - JAC) ส่วนรัสเซียเองได้ฟื้นฟูฐานทัพยุคโซเวียตและติดตั้งระบบป้องกัน Bastion-P และ Pantsir-S1 ในพื้นที่เพื่อควบคุมน่านน้ำอาร์กติกอย่างเบ็ดเสร็จ
6. อิทธิพลและการลงทุนของจีน (Chinese Ambitions)
จีน (China) พยายามสร้าง "เส้นทางสายไหมขั้วโลก" (Polar Silk Road) โดยเข้าไปลงทุนในโครงการเหมืองแร่เหล็ก, แร่หายาก และยูเรเนียมในกรีนแลนด์ รวมถึงการร่วมทุนก๊าซ LNG กับรัสเซีย เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในเส้นทางขนส่งและอุตสาหกรรมในอนาคต
7. ขุมทรัพย์ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)
กรีนแลนด์คือแหล่งรวมแร่ธาตุที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งสังกะสี, ตะกั่ว, ทองคำ (ในพื้นที่ Nanortalik), เพชร (ใน Maniitsoq), ทองแดง, นิกเกิล และกราไฟต์ (ใน Amitsoq) รวมถึงแร่หายาก (Rare Earth Elements - REEs) ที่มีปริมาณมหาศาลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ประวัติศาสตร์ของกรีนแลนด์และสถานะปัจจุบัน
ชาวอินูอิต (Inuit) กลุ่มแรกตั้งถิ่นฐานในกรีนแลนด์ประมาณปี 2500 ก่อนคริสตกาล ในศตวรรษที่ 10 นักสำรวจชาวนอร์ส (Norse) มาถึงกรีนแลนด์และสร้างการตั้งถิ่นฐาน ภายในปี 1721 เดนมาร์กได้ทำให้กรีนแลนด์กลายเป็นอาณานิคม
แม้จะเป็นดินแดนของเดนมาร์ก แต่กรีนแลนด์ได้กลายเป็นดินแดนปกครองตนเองในปี 1979 หลังจากอยู่ภายใต้การควบคุมของเดนมาร์กมานานกว่าสองศตวรรษ เป็นหนึ่งในสองดินแดนอิสระของเดนมาร์ก โดยอีกแห่งคือหมู่เกาะแฟโร
ในปี 1941 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ และเดนมาร์กตกลงอนุญาตให้กองกำลังอเมริกันปกป้องกรีนแลนด์ ตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อต้านเรือดำน้ำของเยอรมัน (Germany) และรักษาความปลอดภัยของเส้นทางการขนส่งทางเรือ สหรัฐฯ รักษาการแสดงตนทางทหารตลอดสงครามเย็น โดยใช้กรีนแลนด์สำหรับเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าและติดตามกิจกรรมของโซเวียต
ในปี 2009 กรีนแลนด์ได้รับการปกครองตนเองเหนือกิจการภายในส่วนใหญ่ รวมถึงการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติและการบริหาร อย่างไรก็ตาม เดนมาร์กยังคงจัดการนโยบายต่างประเทศ การป้องกันประเทศ และการให้ทุน
----
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/35g6mf