จีนเดินเกม "ยุทธศาสตร์ระยะยาว" ในซีเรีย!
จีนเดินเกม "ยุทธศาสตร์ระยะยาว" ในซีเรีย! เน้นความมั่นคงคานอำนาจตะวันตก ชูความร่วมมือต้านก่อการร้าย แลกแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน
22-1-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า การล่มสลายของรัฐบาลภายใต้การนำของ บาชาร์ อัสซาด (Bashar Assad) ถือเป็นการปิดฉากหน้าประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของซีเรีย (Syria) อย่างสิ้นเชิง ทว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ดามัสกัสหลุดไปจากวงโคจรทางยุทธศาสตร์ของปักกิ่ง (Beijing) ในทางกลับกัน จีนกำลังเริ่มกระบวนการประเมินท่าทีใหม่ต่อรัฐที่ยังคงมีความแตกแยกและนำโดยกลุ่มผู้นำที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งมีปูมหลังเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและเผชิญกับความท้าทายด้านความชอบธรรม
ยุทธศาสตร์ของจีนต่อซีเรียในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความระมัดระวัง การฉวยจังหวะ และความอดทนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวมากกว่าเรื่องของอุดมการณ์ โดยในช่วงยุคของอัสซาด จีนวางตัวเป็นพันธมิทรที่เน้นการไม่แทรกแซงกิจการภายในและให้การคุ้มครองทางการทูตในสหประชาชาติ (UN) เพื่อคานอำนาจการแทรกแซงจากตะวันตก แต่ในทางเศรษฐกิจ จีนกลับระมัดระวังที่จะไม่เผชิญหน้ากับมาตรการคว่ำบาตรอย่างเต็มตัว
การเริ่มต้นความสัมพันธ์กับผู้นำชุดใหม่
หลังจากรัฐบาลอัสซาดล่มสลาย จีนไม่ได้เร่งรีบรับรองสถานะรัฐบาลใหม่เหมือนมหาอำนาจในภูมิภาคบางประเทศ แต่เลือกใช้ท่าที "รอดูสถานการณ์" (Wait-and-see) จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการติดต่อระดับสูงเป็นครั้งแรก เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศซีเรียคนใหม่ อาซาด ฮัสซัน อัล-ไชบานี (Asaad Hassan al-Shaibani) นำคณะผู้แทนเดินทางไปยังปักกิ่ง พร้อมด้วย ฮุสเซน อัล-ซาลามา (Hussein al-Salama) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองคนใหม่
สำหรับปักกิ่งแล้ว อัล-ไชบานี ถือเป็นนักการทูตหน้าใหม่ที่ดูมีความเป็นสายกลางและเข้าใจภาษาการทูตแบบค่อยเป็นค่อยไปของจีน ในขณะที่ อัล-ซาลามา คือตัวแทนของความย้อนแย้งและความกังวล เนื่องจากเขามีประวัติเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ (Al-Qaeda) ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากต่อปักกิ่ง โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยในซินเจียง (Xinjiang) และการเคลื่อนไหวของนักรบอุยกูร์ (Uyghur) ที่เคยปฏิบัติการอยู่ในซีเรีย
ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ
การที่จีนยอมรับการเข้าพบของ อัล-ซาลามา สะท้อนว่าปักกิ่งให้ความสำคัญกับ "ผลประโยชน์เชิงปฏิบัติ" (Pragmatic engagement) มากกว่าอุดมการณ์ จีนต้องการมั่นใจว่าผู้นำใหม่ของซีเรียจะรักษาสัญญาในการปราบปรามเครือข่ายสุดโต่งและไม่ปล่อยให้ซีเรียกลายเป็นศูนย์กลางของผู้ก่อการร้ายข้ามชาติอีกครั้ง ความร่วมมือด้านการต้านก่อการร้ายและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารจึงเป็นหัวใจหลักในสมการของจีน
ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซีเรียคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ซึ่งสอดคล้องกับโครงการแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) ในระยะยาว ส่วนในมิติเศรษฐกิจ ซีเรียคือตลาดที่มีความต้องการการฟื้นฟูบูรณะมหาศาล ทั้งระบบพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และโทรคมนาคม อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากสงครามกลางเมืองทำให้บริษัทจีนยังคงระมัดระวังและเลือกที่จะลงทุนในโครงการขนาดเล็กที่มีความเสี่ยงต่ำมากกว่าโครงการยักษ์ใหญ่ในขณะนี้
บทสรุปและฉากทัศน์ในอนาคต
วิเคราะห์ว่าอนาคตความสัมพันธ์จีน-ซีเรียอาจดำเนินไปใน 3 ทิศทาง:
1.ฉากทัศน์ที่ดีที่สุด: ผู้นำใหม่ซีเรียรวมอำนาจได้เบ็ดเสร็จ กำจัดกลุ่มสุดโต่ง และได้รับการผ่อนปรนการคว่ำบาตร ซึ่งจะเปิดทางให้จีนเข้ามาเป็นพันธมิตรหลักในการฟื้นฟูชาติ
2.ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุด: ซีเรียยังคงเปราะบางทางการเมืองแต่มีเสถียรภาพในระดับที่พอจะร่วมมือกันได้ในวงจำกัดผ่านการค้าและการทูต
3.ฉากทัศน์ที่แย่ที่สุด: เกิดความแตกแยกอีกครั้งหรือเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติกลับมาผงาด ซึ่งจะทำให้จีนถอนตัวออกจากการปฏิสัมพันธ์ทันที
ท้ายที่สุด แนวทางของจีนต่อซีเรียหลังยุคอัสซาดคือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีข้อผูกมัดที่เกินตัว ยึดถือหลักการโดยไม่ตึงเครียดจนเกินไป และใช้อิทธิพลผ่านความใจเย็น ปักกิ่งพร้อมที่จะทดลองและรับฟังอย่างรอบคอบ โดยเชื่อมั่นว่า "เวลา" คือสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของพวกเขา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/631254-china-syria-volatile-game/