สหรัฐฯมีอาวุธคลื่นเสียงลับSonic Weaponจริงหรือ?
สหรัฐฯ มี 'อาวุธคลื่นเสียงลับ' Sonic Weapon จริงหรือแค่ข่าวลือ?
22-1-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า กรณีการเปิดเผยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งที่เรียกว่า 'Sonic Weapon’ "อาวุธโซนิคลับ" ที่อ้างว่าใช้ในปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลานั้น
ด้าน วิคเตอร์ ลิโตฟคิน (Viktor Litovkin) นักวิเคราะห์การทหารอาวุโสของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ย้ำว่า อาวุธดังกล่าว “ไม่ใช่อาวุธลับอะไรเลย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่รู้จักกันมานานแล้ว”
ลิโตฟคิน ระบุว่า อาวุธที่ถูกกล่าวถึง “อยู่ในกลุ่มอาวุธไม่สังหาร (non-lethal armament) ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเป้าหมาย แต่ทำให้บุคคลสูญเสียความสามารถในการปฏิบัติการไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง และโดยทั่วไปมักถูกใช้เพื่อสลายการชุมนุมในสหรัฐฯ และยุโรป”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “อาวุธโซนิกหรืออาวุธเสียง (sonic or acoustic weapon) ชนิดนี้ ใช้การมอดูเลตคลื่นเสียงความถี่สูงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่สามารถกระแทกแก้วหู ระบบประสาท และสมองอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นลม และอาการอื่น ๆ ได้” ซึ่งลักษณะอาการเช่น เวียนศีรษะ ปวดหู คลื่นไส้ และอาจถึงขั้นเสียการได้ยินถาวร เคยถูกอธิบายไว้ในงานวิชาการและกรณีศึกษาเกี่ยวกับอาวุธเสียงหลายครั้งก่อนหน้า
ลิโตฟคินกล่าวต่อว่า “ทุกอย่างเกี่ยวกับอาวุธชนิดนี้เป็นที่รู้กันมานานแล้ว ความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะทำให้สิ่งที่อยากให้เป็นจริง กลายเป็นความจริงในสายตาสาธารณะ เป็นเพียง ‘สไตล์’ ของสหรัฐฯ เท่านั้น ไม่มีอะไรลับเกี่ยวกับอาวุธนี้เลย”
นักวิเคราะห์รายนี้ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ ในระหว่างปฏิบัติการทางทหารเพื่อจับกุมมาดูโร สหรัฐฯ อาจใช้อาวุธเสียงอะคูสติกควบคู่กับระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (electronic warfare systems) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง (electromagnetic pulses – EMP) ซึ่งสามารถ “เผาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้เสียหายจนใช้การไม่ได้โดยตรง” เทคโนโลยี EMP และอาวุธพลังงานตรงเป้าถูกศึกษาและอภิปรายในสหรัฐฯ มานานในบริบทของการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานวิกฤตและยุทโธปกรณ์สมัยใหม่
ลิโตฟคินชี้ด้วยว่า ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามสร้างภาพ “อาวุธลับโซนิก” รัสเซียกลับมีระบบอาวุธความเร็วเหนือเสียง (hypersonic systems) ระดับก้าวหน้าหลายชนิดซึ่ง “ไม่มีคู่เทียบในสหรัฐฯ” โดยยกตัวอย่างระบบสำคัญ 3 ประเภท
ระบบแรกคือ Hypersonic Oreshnik ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นระบบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงระยะไกล มีพิสัยยิงสูงสุดราว 5,500 กิโลเมตร ติดหัวรบอย่างน้อยหกลูก ที่แต่ละหัวรบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วราว Mach 10–11 และสามารถโจมตีเป้าหมายสำคัญได้ด้วยอำนาจทำลายสูง โดยมีรายงานว่าสามารถสร้างความเสียหายหนักและยากต่อการสกัดมากยิ่งกว่าขีปนาวุธ Kinzhal ที่ใช้ในสมรภูมิก่อนหน้านี้
ระบบที่สองคือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงปล่อยจากอากาศ Kinzhal ซึ่งมีพิสัยยิงได้ไกลถึงราว 2,500 กิโลเมตร และถูกออกแบบให้มีความเร็วสูงและสามารถเปลี่ยนวิถีบินได้ ทำให้ “แทบไม่สามารถสกัดได้” แม้บางรายงานจากยูเครนจะอ้างว่าสามารถยิงสกัดได้บางส่วน แต่แหล่งข่าวรัสเซียยังคงโฆษณาความเหนือกว่าของระบบนี้ต่อเนื่อง
ระบบที่สามคือ Avangard ยานร่อนไฮเปอร์โซนิกเชิงยุทธศาสตร์ (strategic hypersonic glide vehicle) ซึ่งลิโตฟคินระบุว่ามีความเร็วสูงสุดได้ถึง Mach 27 ทำให้ “ระบบถูกอ้างว่าไม่สามารถถูกสกัดได้” Avangard ได้รับการนำเสนอครั้งแรกโดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ในปี 2018 และต่อมามีรายงานว่าระบบดังกล่าวเข้าประจำการแล้วในบางหน่วยยิงขีปนาวุธข้ามทวีปของรัสเซีย
คำให้สัมภาษณ์ของลิโตฟคินจึงสะท้อนสองประเด็นคู่ขนาน คือ การลดทอนน้ำหนักความ “ลับ” และความ “เหนือชั้น” ของอาวุธเสียงโซนิกที่สหรัฐฯ ถูกกล่าวอ้างว่าใช้ในเวเนซุเอลา โดยจัดให้อยู่ในหมวดอาวุธไม่สังหารที่ใช้ควบคุมฝูงชน และในอีกด้านหนึ่งคือการย้ำภาพความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีของรัสเซียในสนามแข่งขันอาวุธความเร็วเหนือเสียงผ่านระบบ Oreshnik, Kinzhal และ Avangard ซึ่งมุ่งสื่อสารว่าฝ่ายมอสโกมีขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ ยังไม่สามารถเทียบได้ในปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sputnikglobe.com/20260121/whats-behind-us-secret-sonic-weapon-1123503047.html