.
ระเบียบโลกใหม่สไตล์ ‘ทรัมป์’ โอกาสทอง ‘ของเยอรมนีในการทิ้งห่าง EU?’ และก้าวสู่บทบาท 'เพื่อนรักสหรัฐฯ' ในยุโรป
23-1-2026
Asia Times รายงานจากบทวิเคราะห์ โดยแม็กซิมิเลียน คราห์ (Maximilian Krah) ชี้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังเปลี่ยนแปลงโลก นโยบายต่างประเทศจะไม่อยู่ภายใต้หน้ากากทางกฎหมายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ค่านิยม" ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเสรีนิยมซ้ายจัด (Woke) หรือกลุ่มอนุรักษนิยมใหม่ (Neo-con) และจะไม่ดำเนินการผ่านโครงสร้างพหุภาคีในระดับสากลอีกต่อไป แต่จะทำผ่านข้อตกลงทวิภาคี (Bilateral Deals) แทน
ข้อตกลงเหล่านี้จะคำนึงถึงสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม จิตวิญญาณ เศรษฐกิจ และการเมืองในพื้นที่วงกว้าง (Grossraeume) ของโลก ประเทศเยอรมนี (Germany) สามารถประสบความสำเร็จในระเบียบใหม่นี้ได้ แต่ปัจจุบันกลับถูกนำโดยกลุ่มชนชั้นนำทางการเมืองที่ไม่เข้าใจในเชิงสติปัญญา และไม่รู้วิธีที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
จากสหภาพยุโรป (EU) สู่ยุโรปใหม่
การปฏิเสธระบบพหุภาคีและเสรีนิยมฝ่ายซ้ายของประเทศสหรัฐฯ (US) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสหภาพยุโรป หรือ EU เป็นที่ชัดเจนว่า ทรัมป์ ไม่เชื่อมั่นใน EU และต้องการยุโรปในรูปแบบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพรรค AfD มาตั้งแต่ปี 2013 โดยมีสงครามประเทศยูเครน (Ukraine) เป็นคานงัดสำคัญในการปรับโครงสร้างนี้
ร่างแผนสันติภาพระหว่างประเทศรัสเซีย (Russia) และยูเครนของสหรัฐฯ มักรวมถึงการให้ยูเครนเข้าถึงตลาด EU และเข้าเป็นสมาชิก EU โดยทันที ซึ่งชาติตะวันตกที่เคยให้สัญญาไว้จะต้องแบกรับภาระนี้ ขณะที่ วิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) นายกรัฐมนตรีประเทศฮังการี (Hungary) ประกาศจะยอมรับการเข้าสมาชิกของยูเครนก็ต่อเมื่อประเทศเซอร์เบีย (Serbia) และคาบสมุทรบอลข่านตะวันตกได้รับสิทธิ์เดียวกัน ซึ่งในรูปแบบปัจจุบัน EU ไม่สามารถรองรับการขยายตัวนี้ได้ โดยเฉพาะนโยบายเกษตรและงบประมาณที่อาจล้มเหลว และยูเครนที่มีปัญหาคอร์รัปชันอาจได้สิทธิ์ยับยั้ง (Veto) ในสภา
ดังนั้น EU จะต้องเผชิญกับการปฏิรูปที่นำไปสู่การแตกตัว (Disintegration) โดยจะกลายเป็นเพียง "ชุมชนเศรษฐกิจ" เท่านั้น โครงการทางการเมืองของ EU กำลังจะจบลง ไม่เพียงเพราะยูเครน แต่เพราะรัฐสมาชิกบางรายจะเลือกความสัมพันธ์ที่ดีกับวอชิงตัน (Washington) มากกว่าสำนักงานใหญ่ที่บรัสเซลส์ (Brussels)
วิกฤตการขาดการวางแผนและเตรียมระบบรองรับอนาคต ของเบอร์ลินและปัญหาของฝรั่งเศส
ชนชั้นนำในเบอร์ลิน บรัสเซลส์ และปารีส (Paris) ยังคงติดอยู่กับกรอบเดิมๆ คือการรวมตัวกันระหว่างเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส (France) ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ และไม่เป็นประโยชน์ต่อเยอรมนี เนื่องจากฝรั่งเศสเผชิญปัญหาหนี้สาธารณะและงบประมาณที่สูงถึง 57% ของ GDP โดยเฉพาะภาระบำนาญ ซึ่งไม่มีกลุ่มการเมืองใดพร้อมจะตัดลด ทั้งฝ่ายซ้ายของ เมล็องชง (Melenchon) หรือฝ่ายขวาของ เลอ แปน (Le Pen) ที่ต่างต้องการเพิ่มการใช้จ่าย
ฝรั่งเศสจึงต้องพึ่งพาเยอรมนีในการแบกรับหนี้ ผ่านข้ออ้างเช่นการทำให้กองกำลังนิวเคลียร์ "Force de Frappe" กลายเป็นของยุโรป ซึ่งหมายถึง "เยอรมนีจ่าย แต่ฝรั่งเศสสั่ง" ซึ่งสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับโครงการนิวเคลียร์แบบพหุภาคีที่พุ่งเป้าต่อต้าน Pax Americana ใหม่นี้
กลยุทธ์ตะวันออกเฉียงใต้และพันธมิตรตุรกี
เยอรมนีต้องฉวยโอกาสที่ ทรัมป์ นำมาให้เพื่อเป็น "เพื่อนที่ดีที่สุดของอเมริกา" ในยุโรป ผ่านกลยุทธ์ "ทิศตะวันออกเฉียงใต้" (South-East Strategy) รื้อฟื้นอิทธิพลในยุโรปกลางและตะวันออกเฉียงใต้ที่ผูกพันกับเยอรมนีทั้งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ โดยเยอรมนีต้องเสนอตัวเป็นผู้นำในด้านทหาร วิทยาศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐาน
ทิศทางนี้จะนำไปสู่ประเทศตุรกี (Turkey) ภายใต้การนำของ เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) ซึ่งก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจภูมิภาคที่มีอิทธิพลต่อยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง ตุรกีอยู่ในสถานะเดียวกับเยอรมนีคือมีโอกาสเป็น "เพื่อนรักอเมริกา" ในภูมิภาคของตน ความร่วมมือระหว่างเยอรมนีและตุรกีจะได้รับการสนับสนุนจากทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย เปิดทางให้เยอรมนีเข้าถึงทรัพยากรและเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตในเอเชียกลาง
จากต่อต้านรัสเซีย สู่ความร่วมมือกับรัสเซีย
ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์ต่อรัสเซีย จากเดิมที่รัฐบาลของ โจ ไบเดน (Joe Biden) พยายามทำให้รัสเซียเป็นพันธมิตรรุ่นน้องของประเทศจีน (China) แต่ ทรัมป์ จะทำหน้าที่เป็น "คิสซิงเจอร์ (Kissinger) ย้อนกลับ" คือการดึงรัสเซียกลับมาเป็นพันธมิตรเพื่อกดดันจีนที่เป็นคู่แข่งที่แท้จริงของสหรัฐฯ รัสเซียที่อ่อนแอลงจากการสูญเสียอิทธิพลในเอเชียกลางและคอเคซัส จะได้รับ "ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้" จาก ทรัมป์
สำหรับเยอรมนี นี่คือโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์เยอรมัน-รัสเซียขึ้นใหม่ภายใต้โครงสร้าง Pax Americana ของ ทรัมป์ ซึ่งจะรวมถึงการรื้อฟื้นท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม (Nordstream) ด้วยเงินทุนของสหรัฐฯ
จากพหุขั้วสู่สองขั้วโลก
ระเบียบโลกแบบพหุภาคีเดิมที่ใช้ "ค่านิยม" บังคับถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น นำไปสู่การรวมกลุ่ม BRICS เพื่อต่อต้านจักรวรรดินิยมทางวัฒนธรรมของวอชิงตัน-บรัสเซลส์ แต่ภายใต้ ทรัมป์ สหรัฐฯ จะไม่เป็นภัยคุกคามทางจิตวิญญาณอีกต่อไป ข้อเสนอของสหรัฐฯ จะถูกพิจารณาด้วยเหตุผล ซึ่งดึงดูดกว่าขั้วอื่นเนื่องจากแสนยานุภาพทางการทหารและเศรษฐกิจที่มหาศาล สหรัฐฯ จะผูกมัดมหาอำนาจภูมิภาคเข้ากับตนเองเพื่อบีบให้จีนยอมรับ Pax Americana ใหม่ ทั้งเรื่องเงื่อนไขการส่งออกและการเปิดตลาด
โอกาสของเยอรมนี
ในแผนการนี้ เยอรมนีมีโอกาสที่จะกำหนดทิศทางยุโรปยุคหลัง EU ในฐานะเพื่อนรักของอเมริกา ยุโรปใหม่จะประกอบด้วยรัฐที่ถือว่าเยอรมนีเป็นศูนย์กลาง ระเบียบหลังสงครามที่สร้างขึ้นเพื่อควบคุมและจำกัดเยอรมนีกำลังจะสิ้นสุดลง และสิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจะบังคับให้เยอรมนีเติบโตขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้ "ยุคทอง" ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ สถาปนาขึ้นส่งผลดีต่อเยอรมนีและยุโรปทั้งหมด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://asiatimes.com/2026/01/trumps-new-order-and-germanys-comeback-opportunity/