ปักกิ่งเร่งสะสมทองปิดดีลซื้อเหมืองทองในบราซิล
ปักกิ่งเร่งสะสมทอง CMOCยักษ์ใหญ่จากจีน ปิดดีลซื้อเหมืองทองในบราซิลกว่า 5 ล้านออนซ์ ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของค่าเงินโลก
28-1-2026
SCMP รายงานว่า หนึ่งในบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ที่สุดของจีนประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุมเหมืองทองคำ 3 แห่งในบราซิล ผ่านข้อตกลงมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการแห่เข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยทั่วโลก
บริษัท CMOC แถลงเมื่อวันอังคารว่า ได้เข้าควบคุมการปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มกราคม หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลของบราซิลอนุมัติการโอนสิทธิ์ในเหมือง Aurizona ในรัฐมารันเยา, เหมือง Riacho dos Machados ในรัฐมินาสเจอไรส์ และโครงการ Complexo Bahia ซึ่งประกอบด้วยเหมือง Fazenda และ Santa Luz
“ด้วยการรวมการดำเนินงานด้านทองคำเข้ากับพอร์ตโฟลิโอในบราซิล CMOC กำลังก้าวไปอีกขั้นในยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระดับโลก” บริษัทระบุในแถลงการณ์ “ธุรกรรมนี้จะช่วยเพิ่มการทำงานร่วมกัน (Synergy) กับสินทรัพย์ที่มีอยู่ในประเทศ และตอกย้ำตำแหน่งของบริษัทในตลาดทองคำโลก”
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีการประกาศครั้งแรกในช่วงปลายเดือนธันวาคม โดย CMOC บรรลุข้อตกลงกับบริษัท Equinox Gold Corp ของแคนาดา ซึ่งนับเป็นการก้าวเข้าสู่ภาคส่วนทองคำของบราซิลเป็นครั้งแรกของ CMOC หลังจากที่ดำเนินธุรกิจไนโอเบียมและปุ๋ยในประเทศนี้อยู่ก่อนแล้ว
ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลง Equinox จะได้รับเงินสด 900 ล้านดอลลาร์เมื่อปิดดีล และอาจได้รับเงินเพิ่มเติมสูงสุด 115 ล้านดอลลาร์ในอีกหนึ่งปีให้หลัง ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและการปรับปรุงตัวเลขอื่นๆ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่จีนกำลังขยายอิทธิพลเหนือภาคทรัพยากรและการขนส่งของอเมริกาใต้ แม้ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะกำหนดให้ซีกโลกตะวันตกเป็นเขตอิทธิพลหลักของสหรัฐฯ โดยเมื่อวันจันทร์ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ยุทธศาสตร์ป้องกันชาติ (NDS) ที่ประกาศกร้าวว่าจะ “ปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วซีกโลกตะวันตกอย่างจริงจังและไม่เกรงกลัว”
เพนตากอนระบุว่าจะร่วมมือกับเพื่อนบ้านตั้งแต่แคนาดาไปจนถึงอเมริกาใต้ด้วยเจตจำนงที่ดี แต่จะตรวจสอบให้มั่นใจว่าประเทศเหล่านี้เคารพและทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน “และเมื่อใดที่พวกเขาล้มเหลว เราจะเตรียมพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ” เอกสารดังกล่าวระบุ
ทั้งนี้ แม้จะมีการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาพรรครีพับลิกันต่อฝ่ายค้านอย่าง มาเรีย โครินา มาชาโด (Maria Corina Machado) แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับ เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodriguez) รองประธานาธิบดีภายใต้รัฐบาลมาดูโรของเวเนซุเอลา เพื่อแลกกับการโอนถ่ายน้ำมันจำนวนมหาศาล
สำหรับเหมืองในบราซิลทั้งสามแห่งนี้ ผลิตทองคำได้ประมาณ 247,300 ออนซ์ในปี 2024 โดยมีทรัพยากรรวมประมาณ 5 ล้านออนซ์ และมีปริมาณสำรองใกล้เคียง 3.9 ล้านออนซ์ ขณะที่ฝั่ง Equinox ระบุว่าจะนำรายได้จากการขายไปลดภาระหนี้ รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 500 ล้านดอลลาร์ และวงเงิน 300 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน Sprott โดยบริษัทแผนจะมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานในแคนาดา แคลิฟอร์เนีย และนิการากัวแทน
CMOC หรือชื่อเดิมคือ China Molybdenum Company Limited เป็นกลุ่มบริษัทเหมืองแร่หลากหลายประเภทรายใหญ่ของโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกง ก่อตั้งเมื่อปี 1969 มีพนักงานประมาณ 30,000 คน ปฏิบัติงานในเอเชีย แอฟริกา ยุโรป และอเมริกา
กลุ่มบริษัทได้สร้างเครือข่ายระดับสากลผ่านการเข้าซื้อกิจการและร่วมทุนในโลหะที่ถือเป็นยุทธศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electrification) ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน โดยเป็นผู้ผลิตทองแดงและโคบอลต์รายใหญ่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รวมถึงเป็นผู้ผลิตโมลิบดีนัมและทังสเตนชั้นนำของจีน นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของ IXM ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทค้าโลหะรายใหญ่ที่สุดของโลก
CMOC เริ่มดำเนินธุรกิจในบราซิลตั้งแต่ปี 2016 หลังจากซื้อสินทรัพย์ไนโอเบียมและฟอสเฟตจาก Anglo American มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กลายเป็นผู้ผลิตไนโอเบียมอันดับสองของโลก และเป็นซัพพลายเออร์ปุ๋ยฟอสเฟตรายสำคัญของภาคการเกษตรบราซิล โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจในบราซิลสร้างรายได้มากกว่า 5.6 พันล้านเรอัล (ประมาณ 1.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำโลกทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 60% ในปี 2025 ราคาทองคำได้เร่งตัวขึ้นอีกในเดือนมกราคมจนทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก ตามหลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป ความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการเข้าซื้อทองคำจริงของธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงจีนและอินเดีย
ในขณะที่บิตคอยน์ (Bitcoin) และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ แสดงความผันผวนในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ทองคำยังคงเดินหน้าทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง ตอกย้ำสถานะเป็น "แหล่งพักพิงที่ปลอดภัย" (Safe haven) สำหรับนักลงทุนสถาบันที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความผันผวนของค่าเงิน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/article/3341466/chinas-cmoc-makes-us1-billion-brazil-gold-push-bullion-jumps-rising-global-risks?module=top_story&pgtype=section