กองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์เสี่ยงถูกเก็บภาษีฯ
กองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์ $2.1 ล้านล้าน เสี่ยงถูกเก็บภาษี–แทรกแซง–ยึดทรัพย์–คว่ำบาตร 'ท่ามกลางการใช้ภาษี–คว่ำบาตรเป็นอาวุธภูมิรัฐศาสตร์' และการคุกคามจากสหรัฐฯ
27-1-2026
Bloomberg รายงานว่า คณะผู้เชี่ยวชาญที่รัฐบาลนอร์เวย์แต่งตั้ง ระบุว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์มูลค่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จำเป็นต้องยกระดับการเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐฯ
รายงานดังกล่าวซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ชี้ว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่ารัฐต่างๆ หันมาใช้นโยบายภาษี มาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน และการควบคุมการค้า เป็น “เครื่องมือ” เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ
คณะผู้เชี่ยวชาญ 3 คนระบุในรายงานว่า “ความเสี่ยงทางการเมืองต่อการลงทุนของกองทุนในต่างประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น” พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าขนาดสินทรัพย์และความโดดเด่นของกองทุนในเวทีโลก ยิ่งทำให้ความเสี่ยงลักษณะนี้ทวีความรุนแรงได้มากขึ้น โดยเตือนว่ากองทุน “อาจเผชิญกับการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น การแทรกแซงเชิงกฎระเบียบ หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงต่อการถูกยึดทรัพย์”
รายงานฉบับนี้มีขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่ผันผวนสำหรับกองทุน ซึ่งถือครองหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากที่สุดในโลก โดยตลอดปีที่ผ่านมา กองทุนเผชิญแรงกดดันจากสาธารณชนอย่างหนัก เกี่ยวกับการถือครองหลักทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับสงครามในฉนวนกาซา จนทำให้ Norges Bank’s Investment Management ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของกองทุน ตัดสินใจขายหุ้นในหลายบริษัทออกไป รวมถึงหุ้นในบริษัท Caterpillar Inc. ซึ่งเป็นชนวนให้สมาชิกสภานิติบัญญัติพรรครีพับลิกันบางส่วนในสหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ปฏิกิริยาดังกล่าวส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายของนอร์เวย์ ตัดสินใจระงับการทำงานของคณะกรรมการจริยธรรมที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษากองทุนชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการถอนการลงทุน (divestment) อย่างฉับพลันในกรณีอื่นๆ ตามมา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนอร์เวย์ Jens Stoltenberg (เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก) ยืนยันจุดยืนไม่สนับสนุนการถอนการลงทุนออกจากตลาดสหรัฐฯ แม้จะมีความปั่นป่วนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้เกิดคำถามต่อความยืนยาวของพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกก็ตาม
คณะทำงาน ซึ่งมี Karen Helene Ulltveit-Moe (คาเรน เฮเลเน อุลท์ไวต์-เมอ) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย University of Oslo เป็นประธาน ยอมรับว่า “ไม่มีวิธีง่ายๆ” ในการบริหารจัดการความเสี่ยงลักษณะนี้ โดยเตือนว่ากลยุทธ์ “friendshoring” หรือการย้ายฐานการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศพันธมิตร หากนำมาใช้ในวงกว้าง อาจบั่นทอนทั้งการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและผลตอบแทนในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
ในรายงานยังระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวัง “ความชัดเจนว่าใครคือมิตร และสำคัญกว่านั้น ใครจะยังเป็นมิตรในอนาคต” พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจักรวาลการลงทุนของกองทุนไม่ควรถูกจำกัดลงเพียงเพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น โดยยกตัวอย่างว่ามาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ บางส่วนถูก “ผูกโยง” เข้ากับการที่ประเทศคู่ค้าเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หรือแม้แต่โยงกับ “ท่าทีของประเทศเหล่านั้นต่อความต้องการของสหรัฐฯ ที่จะผนวกเกาะ Greenland เข้าเป็นดินแดน”
คณะทำงานกลุ่มนี้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายหันมาใช้ “การวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง” (scenario-analysis) อย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อเพิ่มความเข้าใจต่อความเสี่ยงทางการเมืองในการลงทุนของกองทุน สอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งอีกชุดหนึ่งซึ่งเคยเตือนในปี 2022 ว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์มีแนวโน้มจะเผชิญ “โจทย์ด้านจริยธรรมที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ” ในอนาคต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-26/norway-2-1-trillion-fund-told-to-get-ready-for-political-risk?srnd=homepage-americas