"สตาร์เมอร์" ลั่น 'อังกฤษไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง'
"สตาร์เมอร์" ลั่น 'อังกฤษไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง' สหรัฐฯ-จีน เตรียมเยือนปักกิ่ง พบสี จิ้นผิง หวังคว้าโอกาสธุรกิจ โดยไม่กระทบพันธมิตรสหรัฐฯ
28-1-2026
Bloomberg รายงานว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) แห่งสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์ยืนยันชัดเจนว่าอังกฤษจะไม่ถูกบีบให้ต้องเลือกข้างระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน พร้อมชี้ให้เห็นถึง "โอกาสสำคัญ" สำหรับภาคธุรกิจของอังกฤษ ก่อนการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ณ บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง สตาร์เมอร์ปฏิเสธข้อซักถามที่ว่าเขากำลังพยายามกระชับความสัมพันธ์กับจีนโดยยอมแลกกับความสัมพันธ์กับพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดหรือไม่ โดยระบุว่าเขามักจะถูกเชิญชวนให้เลือกข้างอยู่เสมอ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น พร้อมยกตัวอย่างกรณีข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ และยุโรปที่เขาสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
การเยือนครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 8 ปี
การเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีอังกฤษในรอบ 8 ปี ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดจากประเด็นฮ่องกง, สถานการณ์โควิด-19 และข้อพิพาทเรื่องการจารกรรมข้อมูล โดยรัฐบาลพรรคแรงงานได้ใช้เวลาหลายเดือนในการปูทางเพื่อลดความขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงการอนุมัติแผนก่อสร้างสถานเอกอัครราชทูตจีนขนาดใหญ่ในกรุงลอนดอนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สตาร์เมอร์ยืนยันว่าอังกฤษสามารถเข้าพบประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้โดยไม่สร้างความขุ่นเคืองให้กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือทำลายความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ “การนิ่งเฉยและเพิกเฉยต่อจีน ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกทั้งที่มีโอกาสทางธุรกิจอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผล” นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าว
นัยสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมือง
คณะเดินทาง: สตาร์เมอร์นำคณะผู้นำกว่า 60 รายจากภาคธุรกิจ, มหาวิทยาลัย และสถาบันวัฒนธรรม ร่วมเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้
ตัวเลขการค้า: ในปี 2024 อังกฤษมีมูลค่าการค้ากับจีนอยู่ที่ 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 1.41 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐกับสหรัฐฯ
ความมุ่งมั่น: แม้จะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ แต่สตาร์เมอร์ย้ำว่าจะยกประเด็นสิทธิมนุษยชนและความกังวลด้านความมั่นคงขึ้นหารือ รวมถึงกรณีการคุมขัง จิมมี่ ไล (Jimmy Lai) มหาเศรษฐีสื่อและพลเมืองอังกฤษในฮ่องกง
ความสัมพันธ์กับ "ทรัมป์" และความมั่นคงยุโรป
สตาร์เมอร์ระบุว่าเขามีความสัมพันธ์แบบ "ผู้ใหญ่" (Mature relationship) กับประธานาธิบดีทรัมป์ แม้จะมีความตึงเครียดในสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกรณีดินแดนกรีนแลนด์และประเด็นนาโต้ (NATO) โดยเขามองว่ายุโรปจำเป็นต้องมีความเข้มแข็งในการป้องกันตนเองมากขึ้นในวันที่รัฐบาลทรัมป์เริ่มเบนเข็มความสนใจออกจากทวีป
สำหรับการเยือนจีนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอังกฤษย้ำทิ้งท้ายว่า "การคว้าโอกาสทางธุรกิจไม่ได้หมายความว่าเราจะอ่อนข้อในเรื่องความมั่นคงของชาติ แต่ตรงกันข้าม เรากำลังดำเนินการด้วยความรอบคอบและยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-26/starmer-says-uk-won-t-be-forced-to-choose-between-us-and-china?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy