.
ทรัมป์เผยคุย ‘สี จิ้นผิง’ เรื่องขายอาวุธให้ไต้หวัน เสี่ยงกระทบ‘หลักประกัน ที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นไต้หวันด้านความมั่นคง
18-2-2026
Newsweek รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดเผยว่าเขากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งประเทศจีน (China) เกี่ยวกับการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน (Taiwan) ในอนาคต ขณะที่สำนักข่าว Newsweek ได้ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตโดยพฤตินัยของไต้หวันในสหรัฐฯ เพื่อขอความคิดเห็นผ่านทางอีเมลแล้ว
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
ประเทศสหรัฐฯ (US) คือแหล่งจัดหาอาวุธหลักของไต้หวัน (Taiwan) ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวันปี 1979 (Taiwan Relations Act) ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลวอชิงตัน (Washington) ต้องจัดหาขีดความสามารถที่เพียงพอเพื่อช่วยให้เกาะแห่งนี้ "ต้านทานการบีบบังคับ" และรักษาความสงบสุขในภูมิภาคได้ ขณะที่ประเทศจีน (China) มองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน และสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้ย้ำหลายครั้งว่าการรวมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งนี้ หลักการ "Six Assurances" หรือการรับรอง 6 ประการที่วอชิงตันให้ไว้กับไต้หวัน (Taiwan) มาอย่างยาวนาน รวมถึงข้อกำหนดที่จะไม่ปรึกษาหารือกับรัฐบาลปักกิ่ง (Beijing) เกี่ยวกับการขายอาวุธให้แก่ไทเป (Taipei) ซึ่งหมายความว่า ทรัมป์ (Trump) อาจละเมิดนโยบายดังกล่าวขึ้นอยู่กับลักษณะของการหารือกับ สี จิ้นผิง (Xi Jinping)
ในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ย้ำว่าประเด็นไต้หวันเป็น "ประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ" ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศจีน โดยคำแถลงของทรัมป์ (Trump) เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหว หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาชุดการขายอาวุธขนาดใหญ่ ต่อเนื่องจากข้อตกลงมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับไต้หวัน (Taiwan)
ข้อตกลงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นซึ่งยังคงอยู่ในสภาวะ "ไม่แน่นอน" อาจมีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยรวมถึงขีปนาวุธ Patriot, ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ NASAMS และระบบอาวุธอื่นอีกสองชนิด ตามรายงานของ Financial Times เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
'การรับรอง' ของสหรัฐฯ
“ผมได้คุยกับเขาเรื่องนี้แล้ว เรามีการสนทนาที่ดี และเราจะทำการตัดสินใจในเร็วๆ นี้” ทรัมป์ (Trump) กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One เมื่อวันจันทร์ เมื่อถูกถามถึงการตอบโต้ต่อคำเตือนของสี จิ้นผิง (Xi Jinping) เรื่องการขายอาวุธ “เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับประธานาธิบดีสี” ทรัมป์กล่าวเสริม พร้อมระบุว่าเขามีแผนจะเยือนประเทศจีน (China) ในเดือนเมษายน เพื่อหารือต่อยอดจากการสงบศึกทางการค้าที่ตกลงกันไว้ในการพบกันที่ปูซาน (Busan) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
บอนนี เกลเซอร์ (Bonnie Glaser) ผู้อำนางการโครงการอินโด-แปซิฟิกของ German Marshall Fund ให้ความเห็นกับ The Japan Times ว่า นี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีการหารือเรื่องอนาคตการขายอาวุธกับปักกิ่ง (Beijing) ซึ่งอาจถือเป็นการละเมิด "Six Assurances" ที่ริเริ่มโดยรัฐบาลเรแกน (Reagan) ในปี 1982 โดยเฉพาะข้อรับรองที่สามที่จะไม่ปรึกษาหารือล่วงหน้ากับจีนเกี่ยวกับการตัดสินใจขายอาวุธให้ไต้หวัน (Taiwan)
ขณะที่ พอล เฮียร์ (Paul Heer) นักประวัติศาสตร์การทูตและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเอเชียตะวันออกระบุผ่าน X ว่า ทรัมป์ (Trump) อาจไม่ทราบหรือไม่แยแสต่อข้อรับรองเหล่านี้และจะไม่ยอมถูกผูกมัดโดยหลักการดังกล่าว นอกจากนี้ "Six Assurances" ยังรวมถึงการไม่กำหนดวันสิ้นสุดการขายอาวุธ, ไม่แก้ไขเงื่อนไขของกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน, ไม่เป็นตัวกลางเจรจาระหว่างไทเปและปักกิ่ง และไม่รับรองอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวันอย่างเป็นทางการ
สภาวะชะงักงันของงบประมาณ
อนาคตของข้อตกลงในเดือนธันวาคมและข้อตกลงอื่นๆ ยังขึ้นอยู่กับสภานิติบัญญัติของไต้หวัน (Taiwan) ด้วย เนื่องจากแผนการเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศร้อยละ 23 สำหรับปี 2026 ของประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) ประสบสภาวะชะงักงัน เนื่องจากฝ่ายค้านซึ่งนำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง (Kuomintang) และพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ครองเสียงข้างมาก
สมาชิกสภาฝ่ายค้านกล่าวว่าพวกเขาสนับสนุนการเพิ่มงบประมาณในระดับปานกลาง แต่ตำหนิประธานาธิบดีไล่ (Lai) ว่าขาดความโปร่งใส โดยพรรค TPP ได้เสนองบประมาณป้องกันประเทศพิเศษเพียง 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่างบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ประธานาธิบดีไล่ (Lai) ร้องขอถึงร้อยละ 68 และงบดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมยุทโธปกรณ์หลักหลายรายการที่สหรัฐฯ (US) เคยอนุมัติในเดือนธันวาคม
ความเห็นจากฝ่ายต่างๆ
วุฒิสมาชิก แทมมี ดักเวิร์ธ (Tammy Duckworth) จากพรรคเดโมแครต กล่าวกับ Newsweek ว่าไต้หวัน (Taiwan) เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ (US) ในอินโด-แปซิฟิก และเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาจะต้องมีทรัพยากรและเงินทุนเพื่อลงทุนในการป้องกันตนเองอย่างเต็มรูปแบบท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC)
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมและข่าวกรองของสหรัฐฯ (US) เตือนว่า สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้สั่งการให้กองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) พัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่อไต้หวัน (Taiwan) ภายในปี 2027 อย่างไรก็ตาม เส้นตายดังกล่าวมิได้หมายความว่ามีการวางแผนรุกรานในปีนั้น ทั้งนี้ หากมีการรุกรานเกาะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชิปขั้นสูงร้อยละ 90 ของโลก จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้
ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงดำเนินนโยบาย "ความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Ambiguity) ว่าจะเข้าแทรกแซงทางทหารหรือไม่ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งข้ามช่องแคบ พร้อมทั้งคัดค้านการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบัน (Status Quo) ในช่องแคบไต้หวันเพียงฝ่ายเดียว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/trump-says-hes-talking-about-taiwan-arms-sales-xi-11532865