จับตาเรือสินค้าอิหร่านบรรทุกวัสดุผลิตขีปนาวุธจีน
จับตาเรือสินค้าอิหร่านบรรทุกวัสดุผลิตขีปนาวุธจากจีน มุ่งหน้ากลับประเทศ ท่ามกลางศึกหนักกับ สหรัฐฯ-อิสราเอล
13-3-2026
Newsweek รายงานว่า เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สองลำที่ตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรและต้องสงสัยว่ามีการขนส่งวัสดุสนับสนุนโครงการขีปนาวุธของประเทศอิหร่าน (Iran) กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางกลับสู่มาตุภูมิภายหลังเข้าเทียบท่าโหลดสินค้า ณ ท่าเรือแห่งหนึ่งในประเทศจีน (China) แม้ว่าปฏิบัติการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล (US and Israeli strikes) จะยังคงมุ่งเป้าทำลายขีดความสามารถในการโจมตีของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้อย่างต่อเนื่องก็ตาม
เรือทั้งสองลำดำเนินการโดยบริษัทสายการเดินเรือสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน (Islamic Republic of Iran Shipping Lines หรือ IRISL) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (US State Department) ระบุว่าเป็น "สายการเดินเรือที่กลุ่มผู้เผยแพร่อาวุธและตัวแทนจัดซื้อของอิหร่านเลือกใช้เป็นลำดับแรก"
ประเด็นสำคัญ
กองกำลังขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายให้อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 12 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) อดีตผู้นำสูงสุด และผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ อีกหลายสิบรายเสียชีวิต
รัฐบาลเตหะราน (Tehran) ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนหลายพันลำไปยังเป้าหมายทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งการโจมตีเหล่านี้กำลังสร้างความตึงเครียดให้กับระบบป้องกันทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงทำให้คลังอาวุธสกัดกั้น (Interceptor stocks) เริ่มลดน้อยลง
เป็นเวลาหลายปีที่รัฐบาลวอชิงตันได้กล่าวหาว่ากรุงปักกิ่งเป็นผู้จัดหาวัสดุที่ใช้งานได้สองทาง (Dual-use materials) ซึ่งสามารถสนับสนุนโครงการขีปนาวุธให้แก่ประเทศอิหร่าน โดยเมื่อปีที่ผ่านมา สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรหน่วยงานของจีน 6 แห่ง และบุคคลอีก 6 ราย จากบทบาทที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการจัดหาวัสดุดังกล่าว ทั้งนี้ สำนักข่าว Newsweek ได้ติดต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศของจีนและอิหร่านผ่านทางอีเมลเพื่อขอความคิดเห็นในประเด็นนี้แล้ว
ข้อมูลที่ควรทราบ
ข้อมูลการติดตามเรือจาก MarineTraffic ที่สำนักข่าว Newsweek ตรวจสอบพบว่า เรือ Shabdis ที่มีความยาว 980 ฟุต และเรือ Barzin ที่มีความยาว 1,200 ฟุต ได้เดินทางออกจากท่าเรือเกาหลัน (Gaolan Port) ซึ่งเป็นศูนย์กลางจัดเก็บสารเคมีในเมืองจูไห่ (Zhuhai) ทางตอนใต้ของจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
มิดาด มาเลกี (Midad Maleki) นักวิชาการอาวุโสจากมูลนิธิเพื่อการปกป้องประชาธิปไตย (Foundation for Defense of Democracies) เปิดเผยกับ The Washington Post ว่า ท่าเรือเกาหลันซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับอุตสาหกรรมหนัก ยังทำหน้าที่เป็นท่าเรือสำหรับส่งออกสารเคมี รวมถึงโซเดียมเปอร์คลอเรต (Sodium Perchlorate) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญสำหรับเชื้อเพลิงจรวดแข็ง (Solid rocket fuel)
มาเลกีระบุว่า เมื่อพิจารณาจากประวัติการขนส่งจากเกาหลันไปยังอิหร่านในอดีต การมีส่วนเกี่ยวข้องของ IRISL และเส้นทางเดินเรือของเรือทั้งสองลำ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่ามีการบรรทุกโซเดียมเปอร์คลอเรตอยู่บนเรือ
รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของแหล่งข่าวข่าวกรองยุโรปที่ระบุว่า อิหร่านได้นำเข้าโซเดียมเปอร์คลอเรตประมาณ 2,000 ตัน ซึ่งรวมถึงประมาณ 1,000 ตันที่มีแหล่งที่มาจากจีนในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมปีที่แล้ว ในช่วงที่เตหะรานพยายามฟื้นฟูคลังแสงขีปนาวุธที่ร่อยหรอลงจากสงคราม 12 วันกับอิสราเอลในเดือนมิถุนายน 2025 และการปะทะกันในสเกลย่อยก่อนหน้านั้น โดยปริมาณโซเดียมเปอร์คลอเรตที่นำเข้านี้เพียงพอที่จะผลิตขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missiles) ได้ราว 500 ลูก
จีนซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ยาวนานของอิหร่านและเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุด ได้ออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไม่ได้เข้าแทรกแซงโดยตรงในนามของเตหะราน นักวิเคราะห์กล่าวว่าปักกิ่งมีแรงจูงใจน้อยมากที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจากความเสี่ยงในการยกระดับความขัดแย้งกับวอชิงตัน และความสำคัญของอิหร่านที่มีอยู่อย่างจำกัดต่อลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์หลักของจีน
ความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ
ไอแซก คาร์ดอน (Isaac Kardon) นักวิชาการอาวุโสจาก Carnegie Endowment for International Peace กล่าวกับ The Washington Post ว่า “จีนสามารถกักเรือเหล่านี้ไว้ที่ท่าเรือ สั่งให้เกิดความล่าช้าทางธุรการ หรือสร้างข้ออ้างด้านศุลกากร ซึ่งเป็นเครื่องมือทางระบบราชการจำนวนมากที่ทำได้ แต่พวกเขากลับไม่ทำ” และระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อพิจารณาจากประวัติที่ผ่านมา คำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดคือพวกเขากำลังบรรทุกสินค้าประเภทเดิมที่เคยขนส่งกันมาตลอดในช่วงปีเศษที่ผ่านมา
ทางด้าน เอสมาอิล บาคาอี (Esmaeil Baqaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ว่า “สงครามรุกรานที่ผิดกฎหมายของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านได้ทำลายความพยายามทางการทูต บ่อนทำลายรากฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการโจมตีมนุษยชาติอย่างรุนแรง ซึ่งขณะนี้อิหร่านกำลังใช้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ”
สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ในขณะที่รายงานฉบับนี้ถูกจัดทำ ข้อมูลการติดตามเรือระบุว่าเรือ Shabdis กำลังเดินเรืออยู่ทางตะวันตกของเกาะสุมาตรา (Sumatra) ประเทศอินโดนีเซีย และมีกำหนดจะเดินทางถึงท่าเรือชาบาฮาร์ (Chabahar) ของอิหร่านในอ่าวโอมาน (Gulf of Oman) ราววันที่ 16 มีนาคม ส่วนเรือ Barzin กำลังเคลื่อนที่ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือผ่านช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) และมีกำหนดถึงชาบาฮาร์ราววันที่ 20 มีนาคม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ากองทัพสหรัฐฯ หรือพันธมิตรในภูมิภาคจะพยายามสกัดกั้นเรือทั้งสองลำนี้หรือไม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/ships-might-carrying-chinese-missile-material-to-iran-11656617