.
EU ถกขยายภารกิจเรือรบ Aspides คุ้มกันเส้นทางน้ำมันโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางเสียงค้านจากเยอรมนี ขณะที่อิหร่าน อิหร่านขู่ตอบโต้ "ใครก็ตามที่ช่วยสหรัฐฯ
16-3-2026
The Telegraph รายงานว่า บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขยายขอบเขตภารกิจทางเรือ "Aspides" ซึ่งเดิมจัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมน ให้ครอบคลุมการคุ้มครองการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของโลก
ท่าทีของเยอรมนีและพันธมิตรยุโรป
อย่างไรก็ตาม ประเทศเยอรมนี (Germany) ได้แสดงท่าที "ไม่เห็นด้วย" ต่อข้อเสนอดังกล่าว โดยนายโยฮันน์ วาเดพุล (Johann Wadephul) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ระบุว่าภารกิจปัจจุบันในทะเลแดงยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรักษาความปลอดภัยทางการเดินเรือ จึงไม่เชื่อมั่นว่าการขยายภารกิจเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยสร้างความปลอดภัยได้มากขึ้น
ในขณะที่ นายเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Sir Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เกี่ยวกับความสำคัญของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยมีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์อาจประกาศจัดตั้งกองกำลังพันธมิตรนานาชาติเพื่อส่งเรือรบคุ้มกันเรือสินค้าภายในสัปดาห์นี้
คำเตือนและท่าทีแข็งกร้าวจากอิหร่าน
สถานการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นเมื่อศูนย์ปฏิบัติการสื่อของประเทศอิหร่าน (Iran) ออกประกาศด่วนเตือนให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่บางส่วนในกรุงดูไบ (Dubai) และกรุงโดฮา (Doha) โดยอ้างว่ามีบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวและอาจตกเป็นเป้าหมายโจมตีในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังได้ส่งคำเตือนโดยตรงไปยังสหราชอาณาจักรว่า การส่งเรือรบเข้าร่วมกองกำลังกับสหรัฐฯ จะถูกถือเป็นการ "สมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมการรุกราน" นายเอสมาอิล บาเกอี (Esmail Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าแม้จะไม่ได้อยู่ในสภาวะสงครามกับอังกฤษ แต่การเข้าร่วมปฏิบัติการใดๆ จะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสงครามรุกรานที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำต่ออิหร่าน
ทางด้าน นายอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านพร้อมเจรจากับประเทศที่ต้องการความปลอดภัยสำหรับเรือสินค้าของตนเอง แต่เตือนฝรั่งเศส (France) ให้หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง
ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ: "เป้าหมายจำเพาะเจาะจง ไม่ใช่สงครามอิรัก"
นายไมค์ วอลซ์ (Mike Waltz) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ระบุว่าสหรัฐฯ อาจตัดสินใจส่งกำลังทหารเข้าสู่ประเทศอิหร่านเพื่อปฏิบัติการโจมตีแบบจำเพาะเจาะจง (Targeted strike) โดยย้ำว่า "นี่จะไม่ใช่สงครามอิรักปี 2003" และจะไม่มีการส่งทหารเรือนแสนเข้าไปยึดครองพื้นที่เขตเมืองหรือกรุงเตหะราน (Tehran)
ขณะที่ นายคริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านโดยความร่วมมือของสหรัฐฯ และอิสราเอล มีแนวโน้มจะสิ้นสุดลงภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่การจัดตั้งกองกำลังคุ้มกันการเดินเรือจะเป็นมาตรการต่อเนื่องเพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดพลังงานโลก
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/03/15/iran-war-latest-news-trump-israel-strait-of-hormuz1/?WT.mc_id=tmgoff_fb_photo_trump-israel-strait-of-hormuz1%2F&fbclid=IwY2xjawQkEmtleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFBRGRVNnZVWnpueFNJSHMxc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHn6oKDFWbLahPEe1d76pqfiFDtoSeXMuj59H2v7GjKs0_6nBNj-Z0cShlow3_aem_zKXRJqKdRL_s2Xh_7wooiw