.
ญี่ปุ่นชี้การส่งกองเรือไปตะวันออกกลางมีอุปสรรคสูง หลังทรัมป์กดดันโตเกียวช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ
16-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การตัดสินใจใดๆ ในการส่งเรือรบของกองทัพญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางเพื่อทำหน้าที่คุ้มกันเรือสินค้า จะต้องเผชิญกับ "อุปสรรคที่สูงมาก" หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แสดงความหวังว่ากรุงโตเกียว (Tokyo) จะเข้าร่วมกับประเทศสหรัฐฯ (US) เพื่อรักษาช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ให้ "เปิดกว้างและปลอดภัย"
นายทาคายูกิ โคบายาชิ (Takayuki Kobayashi) ประธานคณะกรรมการนโยบายของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ NHK เมื่อวันอาทิตย์ว่า "แม้ในทางกฎหมายจะไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ออกไปเสียทีเดียว แต่เมื่อพิจารณาจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ นี่เป็นเรื่องที่ควรได้รับการตัดสินใจอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ"
ความเห็นของนายโคบายาชิ (Kobayashi) ที่มีต่อข้อเรียกร้องของนายทรัมป์ (Trump) เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิชิ (Sanae Takaichi) ของญี่ปุ่น มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน (Washington) โดยแผนการของญี่ปุ่นที่จะยืนยันความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ รวมถึงการหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าและการลงทุนในการประชุมสุดยอดวันที่ 19 มีนาคมนี้ ได้ถูกบดบังด้วยสถานการณ์สงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) ไปก่อนหน้าแล้ว
แม้ประเทศญี่ปุ่น (Japan) จะต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างหนักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ประเทศที่ยึดถือรัฐธรรมนูญใฝ่สันติมานานถึง 8 ทศวรรษแห่งนี้ ยังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อสงครามอิหร่าน ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่คัดค้านความขัดแย้งดังกล่าว
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ (Takaichi) ประกาศว่าญี่ปุ่นจะระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์จำนวน 80 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงร่วมกับทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมเป็นสถิติใหม่ที่ 400 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกตั้งคำถามในรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ (Takaichi) ระบุว่ากรุงโตเกียว (Tokyo) ยังไม่มีแผนที่จะส่งเรือกวาดทุ่นระเบิด (Minesweepers) ไปช่วยเคลียร์ทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบ อย่างน้อยก็จนกว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ, อิสราเอล และอิหร่านจะสิ้นสุดลง
นายโคบายาชิ (Kobayashi) กล่าวสรุปเมื่อวันอาทิตย์ว่า เมื่อพิจารณาจากนิสัยของนายทรัมป์ (Trump) ที่มักจะเปลี่ยนสารที่สื่อสารอยู่เสมอ นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ (Takaichi) ควรใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเขาเพื่อสืบทราบถึงเจตนาที่แท้จริง "เราจำเป็นต้องมองให้ออกว่าสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คืออะไร นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-15/japan-says-dispatching-ships-to-middle-east-faces-high-hurdles?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy