.
6 ชาติอาเซียน ไทย-เวียดนาม-มาเลย์-สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์-อินโดฯ เร่งชิงบทบาท “ฮับชิปโลก” ใครนำ–ใครรั้งท้ายในศึกเซมิคอนดักเตอร์ ในขุมทรัพย์ใหม่ 8 แสนล้านดอลลาร์
24-3-2026
The Diplomat รายงานว่า ในปี 2026 สมรภูมิเซมิคอนดักเตอร์กำลังร้อนระอุทั่วโลก เมื่อรัฐบาลหลายประเทศเร่งชิงส่วนแบ่งในตลาดชิปและวงจรรวม ซึ่งเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ ตั้งแต่อุปกรณ์ในครัวเรือนไปจนถึงสมาร์ตโฟน คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ ความต้องการชิปทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าการส่งออกวงจรรวมทั่วโลกเพิ่มจากราว 414,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2016 เป็นราว 818,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ภายในเวลาไม่ถึงสิบปี
ศึกชิงเจ้าแห่งชิปในอาเซียน: ใครกำลังรุ่ง และใครกำลังตามหลังในสมรภูมิเซมิคอนดักเตอร์โลก?
ปี 2026 สงครามแย่งชิงฐานการผลิตชิปทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลทั่วโลกต่างเร่งรีบเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดเซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจรรวม (Integrated Circuits) ซึ่งเปรียบเสมือน "อิฐบล็อก" พื้นฐานของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่
แผงวงจรรวม หรือ "ชิป" ได้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด ตั้งแต่เครื่องซักผ้าไปจนถึงสมาร์ทโฟน และด้วยความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ความต้องการชิปจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ข้อมูลระบุว่ามูลค่าการส่งออกแผงวงจรรวมทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวระหว่างปี 2016 ถึง 2024 โดยกระโดดจาก 4.14 แสนล้านดอลลาร์ สู่ 8.18 แสนล้านดอลลาร์
จุดยุทธศาสตร์ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากมูลค่ามหาศาลแล้ว การควบคุมซัพพลายเชนของชิปยังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบทบาทสำคัญในวงจรนี้มาอย่างยาวนาน โดยปัจจุบันภูมิภาคนี้ครองส่วนแบ่งการส่งออกชิปทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 26 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองทศวรรษก่อนซึ่งอยู่ที่ราว 20 เปอร์เซ็นต์
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "โอกาสในอนาคต" เมื่อกลุ่มประเทศตะวันตกพยายามดำเนินนโยบาย "ลดความเสี่ยง" (De-risking) ในซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ นี่จึงเป็นโอกาสทองสำหรับรัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการขยายบทบาท จากเดิมที่เป็นเพียงตัวละครชายขอบในอุตสาหกรรมการประกอบและทดสอบ (Assembly and Testing) สู่การเป็นโหนด (Node) วิกฤตสำคัญในการผลิตและการลงทุนระดับโลก
6 ชาติอาเซียนที่กำลังเร่งเครื่อง
ในบรรดา 11 ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 6 ชาติที่กำลังดำเนินความพยายามอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างบทบาทในอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่:
อินโดนีเซีย (Indonesia)
มาเลเซีย (Malaysia)
ฟิลิปปินส์ (The Philippines)
สิงคโปร์ (Singapore)
ไทย (Thailand)
เวียดนาม (Vietnam)
ประเด็นที่น่าจับตา:
สิงคโปร์และมาเลเซีย: ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในภูมิภาคด้วยโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน โดยมาเลเซียเป็นฮับสำคัญในด้านการบรรจุภัณฑ์ชิป (Packaging)
เวียดนามและไทย: กำลังเร่งดึงดูดการลงทุนจากยักษ์ใหญ่ต่างชาติที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน (China Plus One)
ความท้าทาย: แม้โอกาสจะเปิดกว้าง แต่การขาดแคลนแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น พลังงานสะอาดที่มั่นคง) ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ตัดสินว่าใครจะรุ่งหรือใครจะร่วงในระยะยาว
สรุปภาพรวม:
การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐกิจ แต่คือเรื่องความมั่นคงและอธิปไตยทางเทคโนโลยี ประเทศที่สามารถสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตที่ซับซ้อนได้ จะกลายเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในเกมยาวนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://thediplomat.com/2026/03/who-is-winning-southeast-asias-chip-race/