อินเดีย 'เลี่ยงใช้ดอลลาร์' ซื้อพลังงานรัสเซีย
อินเดีย 'เลี่ยงใช้ดอลลาร์' ซื้อพลังงานรัสเซีย ปรับใช้รูปีแปลงเป็นหยวน– UAE ดีร์แฮม–ผ่านสกุลเงินเอเชียทางเลือก
28-3-2026
Money Meatals รายงานว่า ประเทศอินเดีย (India) กำลังเพิ่มสัดส่วนการหลีกเลี่ยงการใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) ในการทำธุรกรรมซื้อขายน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์โลกกำลังตึงเครียด
แม้ว่าก่อนหน้านี้สหรัฐฯ จะอนุญาตผ่อนผัน (Waiver) ให้กับอินเดียในการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย (Russia) แม้จะมีการประกาศคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสงครามอิหร่าน (Iran War) ได้บีบคั้นอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก แต่มาตรการผ่อนผันดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 11 เมษายนนี้ ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า บรรดาโรงกลั่นของรัสเซียกำลังมองหา "ข้อตกลงที่ยั่งยืนกว่าเดิม" และรูปแบบการชำระเงินทางเลือกใหม่ๆ
แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนซึ่งใกล้ชิดกับเรื่องนี้ให้ข้อมูลกับบลูมเบิร์กว่า ธุรกรรมน้ำมันถูกดำเนินการผ่านสกุลเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงระบบ "เปโตรดอลลาร์" (Petrodollar) ในทางปฏิบัติ ลูกค้าชาวอินเดียจะฝากเงินสกุลรูปี (Rupee) เข้าสู่บัญชีธนาคารในต่างประเทศ จากนั้นเงินทุนดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินหยวน (Yuan) หรือเงินดีแรห์ม (Dirham) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์ โดยมีธนาคารของอินเดียที่มีการดำเนินงานในต่างประเทศในวงจำกัดเป็นผู้สนับสนุนการค้าเหล่านี้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังระบุว่ามีการใช้เงินดอลลาร์สิงคโปร์ (Singapore Dollar) และเงินดอลลาร์ฮ่องกง (Hong Kong Dollar) ด้วยเช่นกัน โดยการเลือกใช้สกุลเงินใดนั้นขึ้นอยู่กับ "ระดับความพึงพอใจของธนาคารแต่ละแห่ง" ซึ่งมีรายงานว่าอินเดียได้จัดซื้อน้ำมันจากรัสเซียไปแล้วกว่า 60 ล้านบาร์เรล นับตั้งแต่สหรัฐฯ ออกมาตรการผ่อนผันให้
ปรากฏการณ์นี้ถือเป็น "รอยร้าว" อีกจุดหนึ่งในระบบเปโตรดอลลาร์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นระบบที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักนับตั้งแต่ชาติตะวันตกเริ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างรุนแรงภายหลังการบุกยูเครน (Ukraine) ขณะที่ดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ได้ออกบันทึกวิเคราะห์ล่าสุดเตือนว่า สงครามอิหร่านกำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญต่อบทบาทของเงินดอลลาร์ในการค้ากลุ่มพลังงานโลก
"ความขัดแย้งนี้อาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการกัดเซาะอำนาจนำของเปโตรดอลลาร์ และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบเปโตรหยวน (Petroyuan)" นักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์ระบุ พร้อมเตือนว่าสิ่งนี้จะเร่งกระบวนการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ทั่วโลก (De-dollarization) และส่งผลกระทบต่อเนื่องที่รุนแรง (Significant downstream effects) ต่อการใช้เงินดอลลาร์ในการค้าและการเก็บออมทั่วโลก
ทำความรู้จักระบบเปโตรดอลลาร์ (Petrodollar)
ระบบ "เปโตรดอลลาร์" หมายถึงบทบาทของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักสำหรับการซื้อขายน้ำมันดิบ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นภายหลังวิกฤตการณ์น้ำมันปี 1973 เมื่อซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ตกลงที่จะดำเนินการซื้อขายน้ำมันทั้งหมดในสกุลเงินดอลลาร์ และนำเงินส่วนเกินจากการค้าไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการสนับสนุนด้านการทหารจากสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เงินดอลลาร์กลายเป็นสกุลเงินสำรองอันดับหนึ่งของโลก
เนื่องจากบทบาทที่โดดเด่นของซาอุดีอาระเบียในตลาดน้ำมัน ข้อตกลงนี้จึงมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ส่งผลให้การซื้อขายน้ำมันเกือบทั้งหมดทั่วโลกถูกกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ ทำให้ทุกประเทศจำเป็นต้องสำรองเงินดอลลาร์ไว้เพื่อซื้อน้ำมัน ซึ่งเป็นการสร้าง "อุปสงค์ที่คงที่" ให้กับเงินดอลลาร์ และช่วยพยุงนโยบาย "กู้มาจ่าย" (Borrow and spend) ของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงการขาดดุลงบประมาณมหาศาล เพราะตราบใดที่โลกยังต้องการดอลลาร์เพื่อซื้อน้ำมัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Federal Reserve) ก็สามารถพิมพ์เงินและออกพันธบัตรได้มากกว่าปกติ จนสร้างภาวะ "ตลาดที่ถูกผูกมัด" (Captive market) สำหรับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ
ในปี 2024 แม้ร้อยละ 80 ของยอดขายน้ำมันทั่วโลกยังคงกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ แต่หลายประเทศเริ่มหันไปใช้สกุลเงินอื่นมากขึ้น และสงครามอิหร่านอาจเป็นปัจจัยที่เร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นไปอีก
ผลกระทบจากการล่มสลายของเปโตรดอลลาร์
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า แม้กระบวนการลดการพึ่งพาดอลลาร์ในปัจจุบันจะยังไม่คุกคามบทบาทสกุลเงินสำรองโลกโดยตรงในทันที แต่อาจเป็นลางบอกเหตุถึงปัญหาใหญ่ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อดอลลาร์กำลังอยู่บนรากฐานที่สั่นคลอนจากการที่หลายประเทศกังวลเรื่องการใช้เงินดอลลาร์เป็นอาวุธทางการเมือง (Weaponization of the dollar), ความไม่รับผิดชอบทางการคลังของสหรัฐฯ และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงเกินกว่า 39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากผู้เล่นระดับโลกลดการใช้ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถของสหรัฐฯ ในการก่อหนี้และหารายได้จากการส่งออกจะลดลง ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัว หากนานาชาติไม่ต้องการดอลลาร์เพื่อการค้าอีกต่อไป อุปสงค์ต่อเงินดอลลาร์จะดิ่งลงอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดภาวะเงินดอลลาร์ล้นตลาดและความเสื่อมค่าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นจนรัฐบาลไม่สามารถแบกรับภาระดอกเบี้ยได้ ซึ่งในปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการชำระดอกเบี้ยของสหรัฐฯ นั้นสูงกว่างบประมาณด้านกลาโหมหรือสวัสดิการเมดิแคร์ (Medicare) ไปแล้ว
ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เงินดอลลาร์ที่ล้นตลาดอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงภายในสหรัฐฯ เนื่องจากการเสื่อมค่าของสกุลเงิน และอาจนำไปสู่การพังทลายของระบบการเงิน (Hyperinflation) ในที่สุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/news/2026/03/26/india-increasingly-using-dollar-alternatives-for-oil-purchases-004789