ไทยนำเข้าทะลักขาดดุลการค้า พุ่งแรงสุดรอบกว่า 4 ปี
ไทยนำเข้าทะลักขาดดุลการค้า พุ่งแรงสุดรอบกว่า 4 ปี จากการนำเข้าทองคำ–เครื่องจักร ขณะที่ส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางสะดุด
26-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ยอดการนำเข้าของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่การเติบโตของการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนที่ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลกและผลักดันให้ต้นทุนการขนส่งขยับตัวสูงขึ้น โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ที่เปิดเผยเมื่อวันอังคารระบุว่า ยอดการนำเข้าในเดือนกุมภาพันธ์กระโดดเพิ่มขึ้นถึง 31.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 29.4% ในเดือนมกราคม ในขณะที่ภาคการส่งออกกลับขยายตัวลดลงเหลือเพียง 9.9% จากที่เคยเติบโตสูงถึง 24.4% ในเดือนก่อนหน้า
ตัวเลขการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นนี้ถือว่าเกินกว่าค่ากลางที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของบลูมเบิร์กได้คาดการณ์ไว้ ในขณะที่ตัวเลขการส่งออกกลับทำได้ต่ำกว่าการคาดการณ์ในระดับที่แย่ที่สุดเสียอีก ซึ่งการที่ยอดนำเข้าพุ่งแซงหน้ายอดส่งออกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับการขาดดุลการค้ามูลค่ารวมกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราการเติบโตของการนำเข้าในเดือนกุมภาพันธ์เกือบ 32% นี้ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 เป็นต้นมา
นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ให้ความเห็นระหว่างการแถลงข่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดนำเข้าพุ่งสูงขึ้นมาจากความต้องการเครื่องจักรและสินค้าทุนประเภทอื่น ๆ รวมถึงการนำเข้าทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรกลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งตัวเลขการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกข้าวของไทยที่หดตัวลง 4.2% ในเชิงปริมาณในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นที่น่ากังวลคือยอดการส่งออกไปยังประเทศอิรักซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย กลับดิ่งลงถึง 52.6% เนื่องจากมีการชะลอการสั่งซื้อท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มคุกรุ่นตั้งแต่ก่อนที่สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้น
ทางด้านนางสาวอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อต่อไป ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะพลาดเป้าหมายการส่งออกข้าวที่ตั้งไว้ 7 ล้านตัน เนื่องจากปัจจุบันการส่งออกได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าระวางเรือและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่กำลังถูกจับตามองโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้การตรวจสอบตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เนื่องจากความกังวลในประเด็นเรื่องขีดความสามารถส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับแนวทางการรับมือในประเด็นนี้ นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศไทยเตรียมที่จะยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อทางการสหรัฐฯ ภายในช่วงกลางเดือนเมษายนเพื่อปกป้องจุดยืนของประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งดำเนินการเจรจาการค้าเสรีกับพันธมิตรรายอื่น ๆ เพื่อขยายทางเลือกและกระจายความเสี่ยงทางการค้า โดยนางสาวอารดาได้เสริมว่า การตรวจสอบของสหรัฐฯ ในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางพารา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/thailand-s-imports-surge-on-gold-shipments-outpace-exports