.
จีนสร้าง "ประภาคารในอวกาศ" เครือข่ายดาวเทียมระบบนำทางด้วยแสง ป้องกันการรบกวนสัญญาณ GPS 100%
1-4-2026
SCMP รายงานว่า เหนือชั้นกว่าดาวเทียมวิทยุ! จีนเปิดตัวระบบนำทาง Optical ยุคใหม่ สำหรับโดรน รถยนต์ไร้คนขับ และภารกิจห้วงอวกาศ
คณะนักวิจัยชาวจีนประกาศความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายดาวเทียม 11 ดวง เพื่อพัฒนาระบบนำทางด้วยแสง (Optical Navigation) ที่มีความแม่นยำสูงและป้องกันการรบกวนสัญญาณ (Jam-resistant) โดยออกแบบมาเพื่อให้บริการในพื้นที่ที่สัญญาณ GPS เข้าไม่ถึง หรือถูกรบกวนด้วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่โดรน รถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงภารกิจสำรวจอวกาศ
เทคโนโลยีนำทางด้วยแสงเริ่มมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน เช่น สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งโดรนที่พัฒนาโดยบริษัทอย่าง Asio Technologies และ General Atomics ต้องพึ่งพาระบบนี้ในการปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีการ "แจม" หรือรบกวนสัญญาณ GPS อย่างหนัก
หลักการทำงาน: "ประภาคารแห่งจักรวาล"
ขณะที่ระบบนำทางทั่วไปอย่าง GPS ของสหรัฐฯ หรือ BeiDou ของจีน พึ่งพาการส่งคลื่นวิทยุจากดาวเทียม แต่ระบบใหม่ของมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) ใช้ "รหัสสัญญาณแสง" จากดาวเทียมบีคอน (Beacon Satellites) แทน
ศาสตราจารย์ ซิง เฟย (Xing Fei) ผู้นำโครงการจากภาควิชาเครื่องมือวัดความแม่นยำ มหาวิทยาลัยชิงหวา เปรียบเทียบเทคโนโลยีนี้กับการนำทางของนักเดินเรือในสมัยโบราณ "สิ่งที่เราทำคือการยก 'ประภาคาร' ขึ้นไปไว้บนอวกาศ โดยใช้ดาวเทียมที่ปล่อยแสงสว่างเพื่อนำทางทุกอย่าง ตั้งแต่ยานพาหนะบนดินไปจนถึงยานอวกาศ" เขากล่าวกับสื่อ Beijing Youth Daily
ระบบนี้ทำงานโดยการติดตั้งแหล่งกำเนิดแสงพลังงานสูงบนดาวเทียมเพื่อส่งรหัสสัญญาณมายังโลก เครื่องรับสัญญาณบนพื้นดินจะตรวจจับแสงและใช้ "ทิศทางของแสง" ร่วมกับ "ตำแหน่งที่แน่นอนของดาวเทียม" ในการคำนวณพิกัดของตนเอง
ข้อได้เปรียบและข้อจำกัด
ศาสตราจารย์ซิงระบุว่า เนื่องจากลำแสงมีความแคบและเดินทางเป็นเส้นตรง ทำให้ยากต่อการรบกวนสัญญาณมากกว่าคลื่นวิทยุ และมีความแม่นยำสูงกว่าการนำทางด้วยกลุ่มดาวฤกษ์แบบเดิม (Star-based navigation) ที่พึ่งพาแสงริบหรี่จากดาวที่อยู่ไกลโพ้น
อย่างไรก็ตาม ระบบนำทางด้วยแสงมีข้อจำกัดสำคัญคือต้องมีเส้นสายตาที่มองเห็นได้ (Line-of-sight) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหรือสิ่งกีดขวาง ดังนั้น ระบบนี้จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็น "ส่วนเสริมของ BeiDou" ไม่ใช่การนำมาทดแทนทั้งหมด
ความสำเร็จและการต่อยอด
โครงการนี้ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 20 ปี และสามารถย่อส่วนเซนเซอร์รับแสงจากเดิมที่มีน้ำหนักหลายกิโลกรัมให้เหลือเพียงไม่กี่กรัม ปัจจุบันเทคโนโลยีหลักของโครงการได้ถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานด้านอวกาศและส่งออกไปยังเกือบ 20 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส
ในอนาคต ทีมวิจัยวางแผนที่จะรวมระบบนี้เข้ากับเครือข่ายการสื่อสารที่มีอยู่เพื่อสร้างระบบนำทางในระดับความสูงต่ำ ซึ่งจะช่วยให้โดรนและรถยนต์ไร้คนขับสามารถนำทางในอุโมงค์หรือสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนซึ่งสัญญาณวิทยุอ่อนแรงได้ นอกจากนี้ ในภารกิจห้วงอวกาศที่ไม่มีสัญญาณ GPS ยานอวกาศเพียงลำเดียวก็สามารถทำหน้าที่เป็นบีคอนแสงเพื่อนำทางยานสำรวจที่กำลังลงจอดบนดวงจันทร์หรือดาวเคราะห์ดวงอื่นได้อย่างแม่นยำ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/science/article/3348318/lighthouses-space-chinese-jam-proof-satellite-network-fill-gps-gaps?module=latest_china_science&pgtype=section