ฝันร้ายของปากีสถาน–ตุรกี! อินเดียเร่งเสริมขีปนาวุธ
ฝันร้ายของปากีสถาน–ตุรกี! อินเดียเร่งเสริมขีปนาวุธเชิงรุก ยิงไกลครอบคลุมทั้งอังการาและอิสลามาบัด
11-5-2026
มีรายงานจาก World updates เผยแพร่มผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า รายงานเชิงวิเคราะห์ด้านความมั่นคงชี้ว่า การเร่งพัฒนาและสะสมขีปนาวุธอย่างรวดเร็วของอินเดียกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสมดุลทางทหารในภูมิภาค โดยเฉพาะในมุมมองของปากีสถานและตุรกี ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์
สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลางกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่อาจกลายเป็นฝันร้ายที่น่าตกใจสำหรับประเทศปากีสถาน (Pakistan) และประเทศตุรกี (Turkey) เมื่อประเทศอินเดีย (India) กำลังเร่งสร้างและพัฒนาคลังแสงขีปนาวุธ (Missile arsenals) ของตนเองอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อตุรกี (Turkey) ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีท่าทีต่อต้านอินเดียอย่างชัดเจนในเวทีระหว่างประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันขีปนาวุธขั้นสูงของอินเดียได้รับการพัฒนาให้มีพิสัยทำการที่ยาวไกลพอที่จะยิงถึงดินแดนของตุรกีได้โดยตรงจากพื้นที่อธิปไตยของอินเดียเอง
ความก้าวหน้าทางยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดคือการพัฒนาขีปนาวุธ Advanced Agni MIRV ซึ่งเป็นขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) ที่ติดตั้งเทคโนโลยี MIRV อันทรงพลังที่สามารถแยกส่วนหัวรบหลายหัวเพื่อโจมตีเป้าหมายที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระในการยิงเพียงครั้งเดียว รองรับการโจมตีทางยุทธศาสตร์ระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือแสง LR-AShM (Hypersonic Anti-Ship) ที่มีความเร็วพุ่งสูงกว่า 10 Mach พร้อมพิสัยทำการไกลถึง 1,500 กิโลเมตร โดยอาศัยกลไกของยานร่อนไฮเปอร์โซนิกแบบสองระดับ (Two-stage hypersonic glide vehicle) เพื่อทำลายล้างเป้าหมายทางเรือที่มีการป้องกันหนาแน่น
ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการรบทางยุทธวิธี อินเดียได้เปิดตัวระบบ TARA Glide Weapon หรือระบบเพิ่มระยะการยิงทางยุทธวิธีขั้นสูง (Tactical Advanced Range Augmentation) ซึ่งมีขีดความสามารถในการเปลี่ยนระเบิดแบบไม่นำวิถีทั่วไปให้กลายเป็นอาวุธนำวิถีอัจฉริยะที่มีความแม่นยำสูง (Precision-guided smart weapons) เสริมทัพด้วยขีปนาวุธ Pralay ซึ่งเป็นขีปนาวุธกึ่งทิ้งตัว (Quasi-ballistic) ระยะใกล้ถึงปานกลางที่มีความแม่นยำในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินเป็นเลิศและกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าประจำการในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงขีปนาวุธ Agni-Prime ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยปานกลาง (MRBM) แบบบรรจุในท่อยิง (Canisterised) ที่ออกแบบมาให้เคลื่อนที่ผ่านระบบรางรถไฟเพื่อให้ยากต่อการตรวจจับและสามารถทำการยิงได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากอาวุธเชิงรุกแล้ว อินเดียยังให้ความสำคัญกับการป้องกันผ่าน Project Kusha ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระยะไกล (Long-range SAM) ที่ถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกับระบบ S-400 ของรัสเซีย โดยสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธแบบหลายชั้น (Multi-layered air & missile defence) ที่สมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันโครงการอาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่าง Project Vishnu ซึ่งเป็นขีปนาวุธร่อนแบบสแครมเจ็ต (Scramjet cruise missile) ก็กำลังมีความรุดหน้าอย่างรวดเร็วผ่านการทดสอบสมรรถนะการบินที่ยาวนานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อินเดียได้ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตขีปนาวุธทุกประเภทให้พุ่งสูงถึงหลักหลายพันลูกต่อปี โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2026 อินเดียจะมีกำลังการผลิตขีปนาวุธรวมทุกหมวดหมู่พุ่งสูงถึง 3,000 ถึงมากกว่า 4,500 หน่วยต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านอาวุธที่น่าเกรงขามที่สุดในโลก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/itswpceo/status/2053366966006518201?s=20