.
สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกที่สาม
13-7-2026
สหรัฐอเมริกาได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่สามในสัปดาห์นี้ ไม่นานหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ ต่อการขนส่งทางเรือทุกประเภทอย่างไม่มีกำหนด
การกลับมาปะทะกันอีกครั้งยิ่งทำให้บันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้น โดยข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปูทางไปสู่การหยุดยิงอย่างยั่งยืน และเปิดโอกาสให้มีเวลามากขึ้นในการเจรจาสันติภาพ
ในแถลงการณ์เมื่อเย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจาก IRGC ได้โจมตีเรือบรรทุกตู้สินค้า GFS Galaxy ซึ่งชักธงไซปรัสอย่าง "โจ่งแจ้ง" ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องยนต์ และมีลูกเรือสูญหาย 1 คน
CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า "สหรัฐอเมริกากำลังทำให้อิหร่านต้องจ่ายราคาอย่างหนัก ด้วยการเดินหน้าทำลายขีดความสามารถในการโจมตีลูกเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้"
ด้าน พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐ โพสต์ข้อความบน X หลังการโจมตีเริ่มขึ้นว่า "อิหร่านตัดสินใจผิดพลาด และตอนนี้พวกเขาต้องชดใช้"
CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐได้โจมตีเป้าหมายประมาณ 140 แห่ง ซึ่งรวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและโดรน คลังเก็บกระสุน และสถานีเรดาร์
สำนักข่าว Press TV ของอิหร่านรายงานว่า มีการโจมตีหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ รวมถึงเมืองท่า ชาบาฮาร์, บุเชห์ร์ และ ซีริก ซึ่งเคยถูกโจมตีมาแล้วก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้งานเหนือกรุงเตหะราน
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีการประกาศเตือนภัยทางอากาศในกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และบาห์เรน
IRGC อ้างว่าได้ "ทำลาย" ศูนย์บัญชาการและโรงเก็บโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายฮัสซันในจอร์แดน นอกจากนี้ ยังระบุว่าได้โจมตีศูนย์สนับสนุนและเติมเชื้อเพลิงสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐที่ท่าเรือดูก์มในโอมาน
ตามรายงานของ Press TV กองทัพอิหร่านยังได้ส่งโดรนโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ของสหรัฐ คลังเก็บกระสุน และสถานีเรดาร์ในคูเวต รวมถึงสถานีเรดาร์อีกแห่งในบาห์เรน
ไม่นานก่อนที่สหรัฐจะเริ่มปฏิบัติการโจมตี กองทัพเรือของ IRGC ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อการเดินเรือทุกประเภท จนกว่าสหรัฐจะยุติ "การแทรกแซงที่ผิดกฎหมาย" ในภูมิภาค พร้อมทั้งขู่ว่าจะโจมตีฐานทัพสหรัฐ หากเกิด "การรุกรานเพิ่มเติม"
ก่อนหน้านี้ สหรัฐ ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ได้เรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน หลังจากมีเรือสามลำถูกกระสุนปริศนาโจมตีในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม IRGC ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์กล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นผู้ก่อให้เกิด "เหตุการณ์ดังกล่าว" พร้อมกล่าวหาว่าวอชิงตันกำหนดเส้นทางเดินเรือใกล้ชายฝั่งโอมานโดย "มิชอบด้วยกฎหมาย"
สหรัฐได้ใช้เส้นทางเดินเรือดังกล่าวเพื่อนำทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของปริมาณการค้าทางทะเลทั่วโลก
ที่มา RT
_______________________________________
อิหร่านถล่มฐานส่งกำลังกองเรือรบสหรัฐฯ ตอบโต้สหรัฐฯยิง 140 เป้าหมาย กาตาร์–โอมานเดือด หลังโดนโจมตีใน 5 ชาติอาหรับ
13-7-2026
สำนักข่าว The Telegraph รายงานว่า อิหร่านเปิดฉากโจมตีสายส่งลอจิสติกส์ทางเรือของสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับ ด้วยคลื่นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การสู้รบกลับมาปะทุอีกครั้งในสงครามช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสองประเทศเข้าสู่ภาวะใกล้ล่มสลาย
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ของอิหร่านอ้างว่า ได้ทำลายศูนย์ลอจิสติกส์สำคัญหลายแห่งของกองทัพเรือสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคอ่าว รวมถึงสถานีเติมเชื้อเพลิงสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่ท่าเรือ Duqm ในโอมาน (Oman) ซึ่งเป็นฐานสนับสนุนยุทธศาสตร์สำหรับกำลังเรือของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย
การโจมตีครั้งนี้ครอบคลุม 5 รัฐอาหรับ โดยมีประเทศอย่างกาตาร์ (Qatar) ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหลักในกระบวนการเจรจาสันติภาพ ตกเป็นเป้าหมายด้วย ส่งผลให้เกิดกระแสตอบโต้และความไม่พอใจอย่างหนักจากรัฐบาลในภูมิภาค
ชุดการโจมตีล่าสุดถูกมองว่าเป็นคลื่นการโจมตีทางอากาศที่กว้างขวางที่สุดนับตั้งแต่การสู้รบกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดย IRGC อ้างว่ามิสไซล์และโดรนได้เข้าตีโครงสร้างสำคัญของสหรัฐฯ ในหลายฐานทัพ รวมถึงโครงสร้างซ่อมบำรุงเครื่องบินรบ ฐานสั่งการและควบคุมในกาตาร์และคูเวต รวมถึงระบบสื่อสารและเรดาร์ในบาห์เรน
กรุงโดฮา (Doha) ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตี โดยระบุว่าการกระทำของอิหร่านเป็น “การยกระดับที่อันตราย” พร้อมย้ำว่าการโจมตีท่าเรือ Duqm ในโอมานและเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน และบ่อนทำลายบทบาทการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยของภูมิภาค
ด้านโอมานใช้ท่าทีแข็งกร้าวผิดจากบทบาท “เป็นกลางไกล่่เกลี่ย” ที่มักถูกมองในวิกฤตฮอร์มุซ โดยสำนักข่าวของรัฐรายงานว่า รัฐบาล “ยืนยันการประณามและไม่เห็นด้วย” ต่อการโจมตีดินแดนโอมาน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการหารือกับฝ่ายอิหร่านที่มุ่งลดความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซ
การโจมตีของอิหร่านเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศประมาณ 140 เป้าหมายในคืนวันเสาร์ เพื่อโต้กลับการโจมตีเรือพาณิชย์โดยฝ่ายเตหะรานในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ดังกล่าว สหรัฐฯ ระบุว่าการโจมตีของตนมุ่งลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพการเดินเรือและความปลอดภัยของลูกเรือ
วงรอบการสู้รบล่าสุดปะทุขึ้นหลังจากอิหร่านใช้มิสไซล์และโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า ซึ่งพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านยืนยันว่าเรือพาณิชย์ทุกลำต้องใช้เส้นทางที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานของตน และเตือนว่าจะดำเนินการต่อเรือที่ “ฝ่าฝืนเส้นทางที่กำหนด”
กองทัพเรืออิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าได้ยิงเตือนใส่เรือที่ใช้ “เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุมัติ” และจะเปิดช่องแคบอีกครั้งก็ต่อเมื่อเห็นว่า “การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ได้สิ้นสุดลง” ซึ่งเป็นจุดยืนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญที่สุดของโลก
ทำเนียบขาวเรียกร้องให้อิหร่านให้คำมั่นอย่างเปิดเผยว่าจะยุติการโจมตีเรือพาณิชย์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ “สิ้นสุดลงแล้ว” แม้จะยังเปิดช่องสำหรับการเจรจาในอนาคต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/07/12/iran-us-war-latest-gulf-strikes-trump-peace-talks-khamenei/