.
'เรย์ ดาลิโอ' เตือนฟองสบู่ AI ใกล้แตก เสี่ยงย้อนรอยตลาดหุ้นปี 1929 และดอตคอมปี 2000 เตือนอย่าสับสนระหว่าง “ความมั่งคั่ง” กับ “เงินสด”
5-8-2026
Yahoo Finance รายงานโดยอ้าง Fortune ว่า เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัท บริดจ์วอเตอร์ แอสโซซิเอตส์ (Bridgewater Associates) ออกส่งสัญญาณเตือนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรายการพ็อดคาสท์ The Diary of a CEO ร่วมกับ สตีเวน บาร์ตเลตต์ (Steven Bartlett) โดยชี้ว่า กระแสความคลั่งไคล้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังผลักดันตลาดการเงินเข้าสู่ "ภาวะฟองสบู่" ที่คล้ายคลึงกับวิกฤตปี ค.ศ. 1929 และปี ค.ศ. 2000 อย่างน่าตกใจ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ตลาดกำลังทดสอบสภาวะดังกล่าวจริง จากการที่บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันราคาหุ้นกลับซื้อขายต่ำกว่าราคา IPO ท่ามกลางการประเมินจากสถาบัน S&P ว่าจะมีกระแสเงินสดติดลบไปจนถึงปี ค.ศ. 2029 และสถาบันมูดีส์ (Moody's) เตือนความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลจากการกระจุกตัวของสิทธิออกเสียงของ นายอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ขณะที่บริษัท แอนโทรปิก (Anthropic) และบริษัท โอเพนเอไอ (OpenAI) กำลังมุ่งหน้าเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนด้วยมูลค่าประเมินแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักประวัติศาสตร์การเงินระบุว่าการทะลักของการเสนอขายหุ้นใหม่ในลักษณะเก็งกำไรเช่นนี้คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดของภาวะฟองสบู่
การเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับ เจเรมี แกรนแธม (Jeremy Grantham) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท GMO ซึ่งเคยทำนายฟองสบู่สินทรัพย์ญี่ปุ่นทศวรรษ 1990 ฟองสบู่ดอทคอม และฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ปี ค.ศ. 2007 ได้อย่างแม่นยำ โดยเขาประเมินในหนังสือ The Making of a Permabear ว่าตลาดกำลังเผชิญ "ฟองสบู่ซ้อนฟองสบู่" (Bubble within a bubble) ที่ซูเปอร์ฟองสบู่เดิมเคยปรับฐานลง 25% ในดัชนี S&P 500 ช่วงปี ค.ศ. 2022 ก่อนที่การเปิดตัวของ ChatGPT และหุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า (Mag Seven) จะเข้ามาแบกตลาดและขยายขนาดฟองสบู่ให้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยเดือนมกราคม ค.ศ. 2026 ของเขาร่วมกับ นายเอ็ดเวิร์ด แชนเซลเลอร์ (Edward Chancellor) ชี้ว่า อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชี (P/B) และทวีคูณกำไรปรับตามวัฏจักร (CAPE) พุ่งสูงแตะระดับสุดขั้วซึ่งเคยเกิดขึ้นเพียงในปี ค.ศ. 1929, ค.ศ. 1972, ค.ศ. 1999–2000 และ ค.ศ. 2021 ซึ่งทุกครั้งล้วนจบลงด้วยการปรับฐานพังทลายอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน โอเวน ลามอนต์ (Owen Lamont) จากบริษัท อะเคเดียน แอสเซท แมเนจเมนต์ (Acadian Asset Management) ได้วางกรอบ "สี่จตุรมิตรแห่งสภาวะฟองสบู่แตก" (Four Horsemen of the Bubble Apocalypse) ซึ่งประกอบด้วย การประเมินมูลค่าสูงเกินจริงอย่างสุดขั้ว, ความเชื่อในฟองสบู่ที่แพร่หลาย, การทะลักของการออกหุ้นใหม่ และการหลั่งไหลของนักลงทุนหน้าใหม่ โดย เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) เน้นย้ำว่าสัญญาณจตุรมิตรประการที่สามเรื่องการทะลักของการออกหุ้นใหม่กำลังเกิดขึ้นจริง โดยอธิบายว่าบริษัทสามารถระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปั๊มมูลค่าเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างมหาเศรษฐีบนกระดาษได้โดยไม่มีเงินสดหมุนเวียนจริง ซึ่งการทะลักออกหุ้นใหม่และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยคือสองแรงขับเคลื่อนหลักที่จะทิ่มแทงฟองสบู่ให้แตกออก
เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ได้ยกตัวอย่างกลไกความเสี่ยงว่า การนำหุ้น AI มูลค่า 100 ดอลลาร์สหรัฐบนกระดาษไปเป็นหลักประกันกู้ยืมเงิน เมื่อทุกคนต้องการเงินสดพร้อมกัน ราคาหุ้นอาจดิ่งลงเหลือ 25 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ภาระหนี้สินยังเท่าเดิม พร้อมย้ำเตือนบทเรียนสำคัญว่า "ความมั่งคั่งไม่เหมือนกับเงินสด คุณเห็นผู้คนมากมายร่ำรวยขึ้น แต่คุณไม่สามารถนำความมั่งคั่งนั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้ คุณต้องขายความมั่งคั่งเพื่อแลกเป็นเงินสดเสียก่อน เพราะคุณจับจ่ายใช้สอยได้ด้วยเงินสดเท่านั้น"
เขายังเตือนว่านักลงทุนหน้าใหม่กำลังแห่ใช้เลเวอเรจและลงทุนในกองทุนรวมดัชนีที่ใช้เลเวอเรจ (Leveraged ETFs) ซึ่งมีลักษณะไม่ต่างจากการเล่นพนัน ขณะที่ เจเรมี แกรนแธม (Jeremy Grantham) เสริมว่าตลาดมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถมองการณ์ไกลกว่าปัจจุบัน ทำให้เกิดการนับรวมความมั่งคั่งซ้ำซ้อนจนความตื่นเต้นกลายเป็นความเสี่ยงเสียเอง
สถาบันการเงินในวอลล์สตรีทเริ่มออกมาสะท้อนเตือนในทิศทางเดียวกัน โดย ปีเตอร์ ออปเพนไฮเมอร์ (Peter Oppenheimer) จากบริษัท โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) เตือนถึงสภาวะ "ฟองสบู่ด้านผลกำไร" ในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ ทอร์สเตน สล็อก (Torsten Slok) จากบริษัท อพอลโล (Apollo) ประกาศว่าพอร์ตการลงทุนสูตร 60/40 พังทลายลงแล้ว และเตือนให้รับมือสภาวะดอกเบี้ย "สูงขึ้นและยาวนานขึ้น" (Higher for longer) ส่วน ปีเตอร์ เบเรซิน (Peter Berezin) จากบริษัท บีซีเอ รีเสิร์ช (BCA Research) ชี้ว่าการลงทุน AI เริ่มเข้าสู่จุดสะสางบัญชี ดังเห็นได้จากการที่ราคาหุ้นของบริษัท อัลฟาเบต (Alphabet) และบริษัท เมตา (Meta) ร่วงลง แม้จะรายงานผลกำไรที่แข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่ยอมรับการใช้จ่ายงบลงทุน (Capex) โดยไร้ขอบเขตอีกต่อไป
เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) จัดวางสถานการณ์นี้ไว้ใน "วัฏจักรใหญ่" (Big Cycle) ระยะเวลา 80 ปี ที่เชื่อมโยงพลวัตหนี้สิน ช่องว่างความมั่งคั่ง ความขัดแย้งทางการเมือง และการเปลี่ยนผ่านอำนาจภูมิรัฐศาสตร์ โดยอ้างถึงการที่สหราชอาณาจักรเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 6 คนใน 7 ปีว่าเป็นผลจากรัฐบาลขาดแคลนเงินทุนจนผู้คนหันมาระเบิดศึกกันเอง นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่าผู้บริหารบริษัท AI รายหนึ่งที่เป็นเพื่อนของเขาได้เร่งระดมทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเตรียมไว้กว้านซื้อคู่แข่งที่ประสบปัญหาเมื่อฟองสบู่แตก ทั้งนี้ ดาลิโอเตือนทิ้งท้ายว่า ผลกระทบที่น่ากลัวที่สุดของการแตกของฟองสบู่ AI ไม่ใช่เพียงผลขาดทุนในพอร์ตการลงทุน แต่คือการเป็นชนวนจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่จะตามมาหลังจากนั้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/ray-dalio-ai-bubble-nearing-070000246.html