.
เมินแซงก์ชันตะวันตก 'รัสเซีย-อินเดีย' เร่งปูทางโลจิสติกส์-ชำระเงินอิสระ รับดีล FTA 'อินเดีย-EAEU' ดันการค้าทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์
4-8-2026
Russia's Pivot to Asia รายงานว่า ทางการประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศอินเดีย (India) กำลังเร่งจัดทำความตกลงคุ้มครองการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมแก่ภาคธุรกิจในประเทศอินเดีย (India) ประเทศรัสเซีย (Russia) และกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ซึ่งประกอบด้วย ประเทศอาร์มีเนีย (Armenia), ประเทศเบลารุส (Belarus), ประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan) และประเทศคีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) รองรับการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างอินเดียและกลุ่ม EAEU ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยการเตรียมความพร้อมดังกล่าวครอบคลุมถึงการเปิดระเบียงขนส่งโลจิสติกส์แห่งใหม่ และการพัฒนาระบบชำระเงินทางการเงินที่เป็นอิสระจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ตามคำเปิดเผยของ นายอังเดร รูเดนโก (Andrey Rudenko) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย
เฉพาะเพียงประเทศอินเดีย (India) และประเทศรัสเซีย (Russia) ทั้งสองประเทศมุ่งเป้าที่จะขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ส่งผลให้กรุงมอสโกและกรุงนิวเดลีจำเป็นต้องยกระดับความเชื่อมโยงด้านระบบขนส่งระหว่างกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางขนส่งทางทะเลวลาดิโวสต็อก–เจนไน (Vladivostok–Chennai) ตลอดจนการร่วมกันพัฒนาเส้นทางเดินเรือทางเหนือ (Northern Sea Route - NSR) อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2026 กระทรวงคมนาคมอินเดีย (Indian Ministry of Transport) ได้แจ้งต่อ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ถึงประเด็นความท้าทายเกี่ยวกับความสนใจที่ยังค่อนข้างต่ำของผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าชาวรัสเซียในการเปิดเส้นทางเดินเรือตรงสายวลาดิโวสต็อก–เจนไน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนศักยภาพและความสามารถเฉพาะทาง ณ ท่าเรือต้นทาง ซึ่งคาดว่าจะมีการแสดงท่าทีและแนวทางแก้ไขจากวังเครมลิน (Kremlin) ตามมาในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบชำระเงินระหว่างกันเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของชาติตะวันตก ขณะเดียวกัน ประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศอินเดีย (India) กำลังจัดเตรียมความตกลงทางเศรษฐกิจฉบับสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน และตัวร่างความตกลงการค้าเสรี (FTA)
สำหรับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์หลักภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ครอบคลุมถึงภาคการผลิตเครื่องจักร, ภาคเกษตรกรรม, การผลิตยุทโธปกรณ์ทางการทหาร และเทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนอุตสาหกรรมดิจิทัลและอวกาศ โดยในส่วนเทคโนโลยีอวกาศและดิจิทัลนั้น รวมไปถึงระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมและโทรศัพท์เคลื่อนที่, ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ, โทรคมนาคม, การเปลี่ยนผ่านบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานเขตเมือง รวมถึงระบบสายเคเบิลใต้ใต้ทะเล ขณะเดียวกัน ความร่วมมือและการผลิตด้านพลังงานยังคงครองพื้นที่สำคัญเป็นพิเศษในความสัมพันธ์สองฝ่าย โดย นายอังเดร รูเดนโก (Andrey Rudenko) ย้ำว่าการจัดส่งน้ำมันดิบจากรัสเซียอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศอินเดีย (India) และช่วยลดความผันผวนในตลาดพลังงานโลก
ในส่วนของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คูดันกูลัม (Kudankulam Nuclear Power Plant) ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรุงมอสโกและกรุงนิวเดลีอยู่ระหว่างการคัดเลือกพื้นที่แห่งใหม่สำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มเติมอีกด้วย
กระนั้น การประสานงานกิจกรรมความร่วมมือทั้งหมด รวมถึงแผนการพัฒนาระหว่างกันในอนาคต เช่น การเพิ่มการใช้งานเส้นทางเดินเรือทางเหนือ (NSR) ถือเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง เนื่องจากจำเป็นต้องรองรับและจัดการประเด็นด้านภาษีและการค้าในหลากหลายสาขาเศรษฐกิจภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่กำลังรอการอนุมัติ ซึ่งกลุ่มประเทศสมาชิก EAEU อื่นๆ จำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย
สำหรับภาพรวมสถิติการค้าระหว่างประเทศอินเดีย (India) และกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ในปี 2025 มีรายละเอียดดังนี้:
ประเทศรัสเซีย (Russia): มูลค่าการค้าสองฝ่ายอยู่ที่ 68,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปี +20%)
ประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan): มูลค่าการค้าสองฝ่ายอยู่ที่ 923 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปี +25%)
ประเทศอาร์มีเนีย (Armenia): มูลค่าการค้าสองฝ่ายอยู่ที่ 317 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปี +152%)
ประเทศเบลารุส (Belarus): มูลค่าการค้าสองฝ่ายอยู่ที่ 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปี +30%)
ประเทศคีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan): มูลค่าการค้าสองฝ่ายอยู่ที่ 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปี +28%)
เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับก่อนหน้านี้ที่กลุ่ม EAEU ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ ประเทศอิหร่าน (Iran) ในปี 2024 ได้ส่งผลให้มูลค่าการค้าสองฝ่ายระหว่างอิหร่านกับรัสเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และดันมูลค่าการค้าระหว่างอิหร่านกับประเทศสมาชิก EAEU อื่นๆ พุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวได้ยกเลิกภาษีศุลกากรกว่าร้อยละ 95 ของรายการสินค้าทั้งหมดระหว่างอิหร่านและ EAEU ดังนั้น จึงคาดว่าความตกลงการค้าเสรีระหว่างอินเดียและกลุ่ม EAEU ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการค้าในระดับที่สูงยิ่งกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russia-india-preparing-logistics-routes-to-handle-upcoming-free-trade-agreement-boost/