นักลงทุนเริ่มถอนตัวจากข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ
นักลงทุนเริ่มถอนตัวจากข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-สหภาพยุโรป ชี้เป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิบัติจริง
1-8-2025
Kitcot News รายงานว่า หลังจากมีข่าวว่าสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นว่าด้วยมาตรการการค้าฉบับใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปในอัตรา 15% สำหรับสินค้าหลักเกือบทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และยา จากแผนเดิมที่เตรียมจะขึ้นถึง 30% หลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณบวกที่อาจคลายความตึงเครียดสงครามการค้าโลกลงได้ในระยะสั้น
ในทางกลับกัน สหภาพยุโรปให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่ากว่า 750,000 ล้านดอลลาร์ใน 3 ปีข้างหน้า หรือเฉลี่ย 250,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เทียบกับระดับปัจจุบันที่ประมาณ 76,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมข้อตกลงลงทุนของยุโรปในสหรัฐฯ รวม 600,000 ล้านดอลลาร์ แม้ข่าวดีนี้จะส่งผลให้ดัชนีหุ้นยุโรป Stoxx 600 และ S&P 500 ของสหรัฐฯ เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ในแดนบวก แต่ภายในวันเดียวกันราคาหุ้นและค่าเงินยูโรกลับดิ่งลงแรง โดย EUR/USD ร่วง 1.3% หลุดจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่อข้อตกลงดังกล่าว
**สาเหตุสำคัญที่ตลาด “กลับลำ” ไม่ใช่เพียงวิธีการทำกำไรก่อนข่าว (buy the rumor, sell the fact) แต่เกิดจากข้อเท็จจริงว่าข้อตกลงนี้ “คาดหวังเกินจริงและแทบเป็นไปไม่ได้”** เฉพาะเป้าการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ หากยุโรปต้องซื้อตามเป้าสูงสุด จะเท่ากับว่าสหรัฐฯ ต้องทุ่มส่งออกสินค้าเกือบทั้งประเทศให้ EU เพียงผู้เดียว ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่งลงนามดีลพลังงานใหญ่กับญี่ปุ่นและชาติอื่นในเอเชีย ซึ่งต่างก็เตรียมนำเข้าพลังงานเพิ่มจากฝั่งอเมริกาเช่นกัน
**ผลลัพธ์ที่ตามมาคือต้นทุนพลังงานโลกจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เนื่องจากหากสหรัฐฯ ต้องเร่งส่งออกเพื่อตอบโจทย์สัญญาหลายภูมิภาค อาจดึงสินค้าจากตลาดภายในประเทศมาตอบตลาดต่างประเทศ ส่งผลตกกระทบถึงผู้บริโภคสหรัฐฯ สร้างแรงกดดันต่อระดับเงินเฟ้อและเศรษฐกิจทั้งในประเทศและโลก
**นอกจากนี้ ข้อตกลงหลายข้ออยู่ในลักษณะ “พูดมากกว่าทำ”** โดยไม่มีรายละเอียดหรือแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งในส่วนของวงเงินลงทุนและเงื่อนไขการซื้อ–ขายพลังงาน ฝั่งผู้นำยุโรปเช่นประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประกาศเป้าสูงคล้ายดีลที่สหรัฐฯ ทำกับญี่ปุ่นหรือกลุ่มอาหรับ ซึ่งล้วนแต่ยังไม่มีการลงรายละเอียดจริงในแผนงาน
**ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังปั่นป่วน เช่น การเร่งกำหนดเส้นตายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ให้รัสเซียหาทางยุติสงครามยูเครนภายใน 10-12 วัน และการขู่โจมตีอิหร่าน กดดันให้สัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังกำกวม** ขณะเดียวกัน นักลงทุนและตลาดทุนตีความข่าวข้อตกลงสหรัฐ-ยุโรปนี้ว่า “ยังห่างไกลจากภาวะสงบสุข” และไม่อาจชะลอความเสี่ยงสงครามการค้ารอบใหม่ได้จริง
**สรุปแล้ว ปัญหาหลักของ US-EU Trade Deal ที่เพิ่งประกาศ คือสาระสำคัญโดยเฉพาะเป้าซื้อพลังงาน นำไปปฏิบัติได้ยากเกินขีดความเป็นจริงของอุตสาหกรรมและตลาดโลก รายละเอียดต่าง ๆ ยังเป็นเพียงแถลงการณ์ ไม่มีเนื้อหาเป็นรูปธรรม ขณะแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจยังคงอยู่เต็มที่**
ข้อตกลงนี้จึงเป็นเพียง “สัญญาณบวกระยะสั้น” ที่ไม่อาจบรรเทาความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดด้านการค้าได้อย่างแท้จริง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.kitco.com/opinion/2025-07-30/whats-wrong-us-eu-trade-deal