สมาชิกรัฐสภาเยอรมนีผลักดันการนำทองคำกลับจากสหรัฐฯ
สมาชิกรัฐสภาเยอรมนีผลักดันการนำทองคำกลับจากสหรัฐฯ
24-1-2026
สมาชิกรัฐสภาเยอรมนีรายหนึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลนำทองคำสำรองที่เก็บไว้ในสหรัฐอเมริกากลับประเทศ โดยให้เหตุผลถึงความกังวลต่อ “ความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้” ของนโยบายภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
มารี-อักเนส ชตรัค-ซิมเมอร์มันน์ สมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) กล่าวกับนิตยสาร Der Spiegel เมื่อวันศุกร์ว่า การนำทองคำกลับประเทศจะช่วยลดความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นในระดับโลก
ทองคำสำรองของเบอร์ลินราวหนึ่งในสาม มูลค่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์ ยังถูกเก็บไว้ในนิวยอร์ก
ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 70% ในปี 2025 เพียงปีเดียว ปัจจัยหนุนมาจากความต้องการของธนาคารกลาง ความกังวลด้านเงินเฟ้อ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้ ทะลุระดับ 4,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการข่มขู่กลับมาใช้นโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ต่อประเทศยุโรปที่คัดค้านแผนการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งต่อมาเขาได้ลดท่าทีความแข็งกร้าวลง
“ในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนของโลกเพิ่มสูงขึ้น และภายใต้นโยบายที่คาดเดาไม่ได้ของประธานาธิบดีทรัมป์ การที่ทองคำสำรองของเยอรมนีราว 37% หรือมากกว่า 1,230 ตัน ยังคงถูกเก็บไว้ในนิวยอร์กนั้น ไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป” ชตรัค-ซิมเมอร์มันน์กล่าว
ปัจจุบัน ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ถือครองทองคำจำนวน 1,236 ตัน มูลค่าราว 1.78 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ไว้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ในนิวยอร์ก ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เยอรมนีเก็บทองคำสำรองจำนวนมากไว้ในต่างประเทศ ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์และปัจจัยด้านตลาด
ชตรัค-ซิมเมอร์มันน์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอาจเหมาะสมในช่วงสงครามเย็น แต่ไม่สอดคล้องกับภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันอีกต่อไป โดยเธอโต้แย้งว่า “ความเชื่อใจเพียงอย่างเดียว” ต่อ “พันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก” ไม่สามารถทดแทนอธิปไตยทางเศรษฐกิจและนโยบายความมั่นคงได้
เยอรมนีเริ่มเก็บทองคำสำรองบางส่วนไว้ในต่างประเทศตั้งแต่ช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และได้ทยอยนำทองคำบางส่วนกลับจากนิวยอร์กและปารีสในช่วงปี 2013–2017 ปัจจุบัน ทองคำสำรองประมาณครึ่งหนึ่งถูกเก็บไว้ภายในประเทศ ที่เหลืออยู่ในนิวยอร์กและลอนดอน
ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายประเทศต้องการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินที่อ่อนค่าลงและปัจจัยอื่น ๆ รายงานล่าสุดของ Bloomberg ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของทองคำสำรองทางการเงินของรัสเซียช่วยชดเชยมูลค่าทรัพย์สินจำนวนมากที่ถูกประเทศตะวันตก รวมถึงสหรัฐฯ อายัดไว้ โดยทองคำของรัสเซียมีมูลค่าเพิ่มขึ้นราว 216 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ทองคำคิดเป็น 43% ของทุนสำรองทั้งหมดของรัสเซีย เพิ่มขึ้นจาก 21% ก่อนเกิดความขัดแย้งในยูเครน ส่งผลให้รัสเซียกลายเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก
ที่มา RT