.
สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบจ่อหน้าอ่าวเปอร์เซีย ทรัมป์ย้ำจับตาอิหร่านใกล้ชิด ขู่ถล่มซ้ำหากรื้อฟื้นนิวเคลียร์
24-1-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองเรือรบ (Armada) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ (US Navy) กำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยมีเป้าหมายหลักในการเฝ้าระวังประเทศอิหร่าน (Iran) ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีและยุทโธปกรณ์อื่นๆ จะเดินทางถึงตะวันออกกลาง (Middle East) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“เรากำลังจับตาดูอิหร่านอย่างใกล้ชิด” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) เมื่อวันพฤหัสบดี ระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาโวส (Davos) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “เรากำลังส่งกองกำลังขนาดใหญ่ไปยังอิหร่าน แม้ผมจะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น แต่เราจำเป็นต้องเฝ้าดูพวกเขาอย่างเข้มงวดที่สุด”
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเสริมว่า ความเคลื่อนไหวของกองเรือ (Flotilla) ขนาดใหญ่ในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อม "เผื่อกรณีฉุกเฉิน" และอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานจริง ซึ่งการประกาศเสริมกำลังทางเรือครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ดูเหมือนจะลดระดับการขู่ใช้กำลังทหารลงเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเขาอ้างว่าได้รับคำยืนยันว่ารัฐบาลเตหะราน (Tehran) จะไม่มีการประหารชีวิตกลุ่มผู้ประท้วง
การยืนยันเรื่องการเตรียมความพร้อมทางทหารในภูมิภาค สอดคล้องกับรายงานของสื่อสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) และกองเรือโจมตี ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางจากการซ้อมรบในทะเลจีนใต้ (South China Sea) มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางทันที
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังย้ำว่า คำขู่ใช้กำลังก่อนหน้านี้ของเขาสามารถสกัดกั้นทางการอิหร่านไม่ให้ประหารชีวิตกลุ่มผู้ประท้วงมากกว่า 800 รายได้สำเร็จ และเขายังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรกับผู้นำอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธรายงานเรื่องแผนการประหารชีวิตผู้ร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่เริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคม ซึ่งสื่อรัฐบาลอิหร่านระบุว่ามียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุความวุ่นวายรวม 3,117 ราย ประกอบด้วยพลเรือนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 2,427 ราย
ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNBC ณ เมืองดาโวส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความหวังว่าจะไม่ต้องใช้มาตรการทางทหารเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมจะลงมือทันทีหากอิหร่านรื้อฟื้นโครงการนิวเคลียร์ “พวกเขาทำเรื่องนิวเคลียร์ไม่ได้ ถ้าพวกเขาทำ มันจะเกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอน” ทรัมป์ระบุโดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ ส่งฝูงบินโจมตีสถานประกอบการนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ในช่วงที่วอชิงตันเข้าร่วมสงคราม 12 วันของอิสราเอล (Israel) ต่ออิหร่าน
ทางด้าน นายอับบาส อารัคชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (Wall Street Journal) เมื่อวันอังคาร โดยส่งคำเตือนถึงสหรัฐฯ ว่าเตหะรานจะ “ยิงโต้ตอบด้วยทุกอย่างที่มี” หากถูกโจมตี “กองทัพที่ทรงพลังของเราจะไม่มีความลังเลใจในการยิงสวนกลับด้วยอาวุธทั้งหมดที่มี หากเราถูกโจมตีซ้ำอีกครั้ง”
นายอารัคชีเน้นย้ำว่า คำเตือนของเขาไม่ใช่เพียงคำขู่แต่เป็นความจริงที่ต้องแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจน เนื่องจากในฐานะนักการทูตเขาเกลียดชังสงคราม พร้อมทิ้งท้ายว่า “การเผชิญหน้าแบบเต็มรูปแบบจะมีความรุนแรงและลากยาวกว่ากรอบเวลาเพ้อฝันที่อิสราเอลและตัวแทนพยายามนำเสนอต่อทำเนียบขาว (White House) ซึ่งจะส่งผลกระทบครอบคลุมไปทั่วทั้งภูมิภาคและกระทบต่อประชาชนทั่วโลกอย่างแน่นอน”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/jv774y