.
รัสเซีย 'ยิงมิสไซล์-โดรน' ถล่มยูเครนครั้งใหญ่รับการเยือนของผู้นำ NATO
4-2-2026
Newsweek รายงานว่า ทางการยูเครนเปิดเผยว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic missile) และโดรน (Drone) เข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดช่วงเวลาการระงับโจมตีสั้นๆ ภายหลังการร้องขอจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
มีรายงานการตรวจพบขีปนาวุธหลายสิบลูกและโดรนหลายร้อยลำเหนือท้องฟ้ายูเครนตลอดคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ในการโจมตีระลอกใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนการเจรจา ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) ที่มุ่งหวังจะยุติสงคราม
พื้นที่ด้านพลังงานทั่วประเทศถูกโจมตี โดยบริษัทพลังงานเอกชน DTEK ระบุว่าเป็น "การโจมตีที่รุนแรงที่สุด" ในรอบปีนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ นายมาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการนาโต (NATO) เดินทางถึงกรุงเคียฟเพื่อพบกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ของยูเครน ทั้งนี้ สำนักข่าว Newsweek ได้ติดต่อไปยังกระทรวงกลาโหมรัสเซียเพื่อขอความคิดเห็นแล้ว
ความสำคัญของเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ทรัมป์ระบุว่าเขาได้ขอให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของรัสเซีย ระงับการโจมตียูเครน ซึ่งทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ตอบรับว่าจะหยุดการโจมตีโรงไฟฟ้าชั่วคราว แต่กำหนดระยะเวลาไว้เพียงจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้าการเจรจาสามฝ่ายเพื่อยุติสงครามที่มีกำหนดจัดขึ้น ณ เมืองอาบูดาบี (Abu Dhabi)
การโจมตีในคืนวันจันทร์จึงเป็นการสิ้นสุดการระงับโจมตีดังกล่าว และตอกย้ำความกังขาว่าปูตินมีเจตนาที่จะยุติการรุกรานยูเครนจริงหรือไม่ โดยไม่คำนึงถึงความพยายามทางการทูตที่นำโดยสหรัฐฯ
ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุด
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ของยูเครน เปิดเผยว่ารัฐบาลมอสโกได้ยิงโดรนระยะไกลประมาณ 450 ลำ และขีปนาวุธ 70 ลูก ตลอดคืนวันจันทร์ โดยมุ่งเป้าไปที่โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด
การโจมตีเกิดขึ้นขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -20 องศาเซลเซียส อาคารสูงในเมืองหลวงไม่มีระบบทำความร้อน และโรงไฟฟ้าในเมืองคาร์คิว (Kharkiv) ทางตะวันออกได้รับความเสียหายหนักจนเกินกว่าจะซ่อมแซมได้
มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย จากการโจมตีในพื้นที่อย่างน้อย 5 ภูมิภาค ซึ่งเซเลนสกีระบุว่าเป็นการจงใจตัดขาดแสงสว่าง เครื่องทำความร้อน และน้ำประปาต่อพลเรือนในช่วงฤดูหนาวที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่า มอสโกได้ยิงขีปนาวุธหลายประเภท ได้แก่ ขีปนาวุธต่อต้านเรือ Zircon/Onix 4 ลูก, ขีปนาวุธวิถีโค้ง Iskander-M/S-300 32 ลูก, ขีปนาวุธร่อน Kh-22/Kh-32 7 ลูก และขีปนาวุธร่อน Kh-101/Iskander-K 28 ลูก
ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 38 ลูก และโดรน 412 ลำ อย่างไรก็ตาม มีขีปนาวุธ 27 ลูก และโดรน 31 ลำที่สามารถฝ่าด่านไปได้ และเข้าโจมตีสถานที่ต่างๆ รวม 27 แห่ง
ในกรุงเคียฟ ระบบป้องกันภัยทางอากาศเริ่มทำงานหลังเที่ยงคืน มีเสียงระเบิดดังต่อเนื่องตลอดคืน กองทัพอากาศได้ประกาศเตือนภัยขีปนาวุธวิถีโค้งเหนือเมืองหลวง รวมถึงในภูมิภาคเชอร์นิฮีว (Chernihiv) และจีโตมีร์ (Zhytomyr)
บริษัท DTEK รายงานว่าโรงไฟฟ้าพลังความร้อนได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับในเขตฝั่งซ้ายของแม่น้ำดนิโปร (Dnipro River) ในกรุงเคียฟ ขณะที่กองทัพอากาศโปแลนด์ (Poland) ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นปฏิบัติการเพื่อปกป้องน่านฟ้าตนเองในช่วงที่มีการระดมโจมตี
ท่าทีของผู้นำและผู้เชี่ยวชาญ
นายมาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการนาโต ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภายูเครน ยืนยันว่าการสนับสนุนของพันธมิตรจะไม่มีวันสั่นคลอน เพื่อให้มั่นใจว่าสันติภาพจะยั่งยืนและเด็กๆ จะมองเห็นอนาคตโดยปราศจากความหวาดกลัว
เรเบกกา บากอส บลูเมนธาล (Rebecca Bakos Blumenthal) จากกลุ่ม Global Rights Compliance ระบุว่ายุทธวิธีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียยังคงเดิม คือการรุกรานอย่างเป็นระบบและเพิกเฉยต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
นายอันดรีย์ ซีบีฮา (Andrii Sybiha) รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ชี้ว่าปูตินรอให้อุณหภูมิลดต่ำลงและสะสมอาวุธไว้เพื่อโจมตีในลักษณะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่เซเลนสกีเสริมว่า สำหรับรัสเซียแล้ว การสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนนั้นมีความหมายมากกว่างานด้านการทูต
ก้าวต่อไป
นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษสหรัฐฯ และ นายจาเรด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ลูกเขยของทรัมป์ มีกำหนดเดินทางถึงเมืองอาบูดาบี เพื่อเตรียมเข้าร่วมการเจรจาแยกส่วนกับผู้แทนจากยูเครนและรัสเซียในวันพุธและพฤหัสบดีนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/russia-attacks-ukraine-cities-eve-peace-negotiations-11457591