.
มาเลเซียเป็นชาติแรก ที่ประกาศคว่ำดีลการค้าสหรัฐฯ ‘เป็นโมฆะ’ หลังศาลสูงสุดตัดสินภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย ทรัมป์ขู่สวนกลับด้วยภาษีที่สูงกว่า
18-3-2026
Yahoo finance รายงานโดยอ้าง Benzinga ว่า มาเลเซียกลายเป็นประเทศแรกที่ประกาศว่าข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา "สิ้นสภาพและเป็นโมฆะ" (Null and Void) ภายหลังจากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า การจัดเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ภายใต้อำนาจของพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) นั้น "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย"
ดะโต๊ะ เซอรี โจฮารี อับดุล กานี (Datuk Seri Johari Abdul Ghani) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ และมาเลเซีย (U.S.-Malaysia Agreement on Reciprocal Trade หรือ ART) ได้กลายเป็นข้อตกลงที่ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว "มันไม่ได้ถูกระงับ แต่มันไม่อยู่ตรงนั้นอีกต่อไป มันถือเป็นโมฆะและสิ้นสภาพ" โจฮารีระบุตามรายงานของ New Straits Times เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ประเด็นภาษีและความกังวลในภาคส่งออก
รัฐมนตรีการค้าของมาเลเซียย้ำว่า หากมีการอ้างเหตุผลเรื่องการได้เปรียบดุลการค้ามาใช้ในการจัดเก็บภาษี ทางการสหรัฐฯ ควรระบุให้ชัดเจนว่าเป็นอุตสาหกรรมใด ไม่ใช่การใช้มาตรการจัดเก็บภาษีแบบครอบคลุม (Blanket Tariffs)
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงการที่สหรัฐฯ เริ่มดำเนินการตรวจสอบภายใต้มาตรา 301 (Section 301) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โจฮารีระบุว่ากลุ่มสินค้าส่งออกหลักของมาเลเซียที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่:
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E)
น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
สินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันปาล์ม
ถุงมือยางและผลิตภัณฑ์จากยางพารา
ทั้งนี้ มาเลเซียจำเป็นต้องกำชับให้ผู้ส่งออกปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
แรงกดดันทางการเมืองภายในและปฏิกิริยาจากทรัมป์
ทางด้านพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย (Perikatan Nasional) นำโดยนายตากียุดดิน ฮัสซัน (Takiyuddin Hassan) เลขาธิการพรรค ได้เรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยพิเศษเพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากการสิ้นสภาพของข้อตกลงนี้ โดยเตือนว่าอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานและภาคการส่งออกของประเทศ
สำหรับข้อตกลง ART นี้ เคยถูกลงนามโดยประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งแต่เดิมตั้งเป้าที่จะช่วยให้ผู้ส่งออกมาเลเซียเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ได้ดีขึ้น และทำให้สินค้าจากสหรัฐฯ มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์เพิ่งเริ่มการสอบสวนทางการค้าขนานใหญ่ต่อ 16 ประเทศพันธมิตร รวมถึงมาเลเซีย ภายใต้มาตรา 301(b) ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวข่มขู่ก่อนหน้านี้ว่าจะตอบโต้ด้วยการเพิ่มภาษีให้ "สูงขึ้นมาก" ต่อประเทศใดก็ตามที่พยายามใช้คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ มาเป็นเหตุผลในการยกเลิกข้อตกลงทางการค้าที่มีอยู่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://finance.yahoo.com/news/malaysia-becomes-first-country-declare-134407523.html