.
รัสเซียเตือนฝรั่งเศส การขยายร่มนิวเคลียร์สู่โปแลนด์-โรมาเนีย คือการราดน้ำมันบนกองไฟ และจะถูกตอบโต้ด้วยขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง
18-3-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของฝรั่งเศสที่พยายามขยาย "ร่มนิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) ไปยังกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออก อาทิ โปแลนด์และโรมาเนีย กำลังกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างรุนแรงในแวดวงความมั่นคงของรัสเซีย โดยวาสิลี แดนดิกิน นาวาเอกพิเศษเกษียณอายุแห่งกองทัพเรือรัสเซีย ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าท่าทีดังกล่าวของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เปรียบเสมือนความพยายามที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งทั้งในสหภาพยุโรปและภายในโครงสร้างของนาโต ซึ่งการนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้เป็นเครื่องมือยืนยันอธิปไตยในลักษณะนี้ เป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟที่กำลังคุกรุ่น และเมื่อใดที่วาทกรรมเหล่านี้ถูกยกระดับขึ้นสู่แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ มันจะกลายเป็นปัจจัยบ่อนทำลายเสถียรภาพที่จับต้องได้ในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้สองระบบ (Dual-use) บริเวณใกล้พรมแดนรัสเซีย ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้เส้นแบ่งระหว่างการปะทะด้วยอาวุธตามแบบกับสงครามนิวเคลียร์นั้นพร่าเลือนจนน่าอันตราย
ปัจจุบันคลังแสงนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสประกอบด้วยหัวรบประมาณ 290 ถึง 300 หัวรบ ซึ่งพึ่งพากำลังรบสองส่วนหลักคือ เรือดำน้ำชั้น Triomphant ที่ติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีป M51 และขีปนาวุธร่อน ASMP-A ที่บรรทุกโดยเครื่องบินขับไล่ Rafale และเนื่องจากฝรั่งเศสไม่มีระบบขีปนาวุธฐานยิงบนบก การขยายอิทธิพลไปยังยุโรปตะวันออกจึงต้องพึ่งพาฐานทัพอากาศเป็นหลัก ซึ่งรัสเซียได้เตรียมแผนตอบโต้ไว้อย่างครอบคลุมหลายระดับ โดยเริ่มจากมาตรการทางทหาร-เทคนิคที่จะมีการปรับเป้าหมายการโจมตีใหม่ หากพบว่าเครื่องบิน Rafale ที่บรรทุกนิวเคลียร์ปรากฏตัวในฐานทัพของประเทศเพื่อนบ้าน ฐานทัพเหล่านั้นจะถูกยกระดับเป็นเป้าหมายลำดับต้นของรัสเซียทันที พร้อมกับการเตรียมใช้ระบบขีปนาวุธ Iskander-M ที่สามารถโจมตีได้ไกลกว่าระยะที่เคยประกาศไว้ โดยเฉพาะเมื่อยิงจากจุดยุทธศาสตร์อย่างไครเมียหรือคาลินินกราด
นอกจากนี้ รัสเซียยังเตรียมเสริมกำลังทหารในระดับภูมิภาคด้วยอาวุธความเร็วเหนือเสียงขั้นสูง (Hypersonic) อย่างขีปนาวุธ Kinzhal ซึ่งมีขีดความสามารถในการเจาะทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศทุกชนิดในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นระบบ Mamba ของฝรั่งเศส หรือ SAMP/T ของอิตาลี ควบคู่ไปกับการเพิ่ม แสนยานุภาพในกองเรือทะเลดำด้วยเรือดำน้ำชั้น Varshavyanka และการขยายฐานที่มั่นนิวเคลียร์ในประเทศพันธมิตรอย่างเบลารุสผ่านระบบ Oreshnik ในขณะเดียวกัน รัสเซียยังได้วางโครงข่ายโล่ป้องกันภัยทางอากาศที่แน่นหนา ตั้งแต่ระบบ S-400 Triumph และ S-350 Vityaz ไปจนถึงระบบใหม่ล่าสุดอย่าง S-500 Prometey ที่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถีและเป้าหมายความเร็วเหนือเสียงขั้นสูงที่ความสูงถึง 200 กิโลเมตร ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนเพื่อให้เหล่านักการเมืองในยุโรปที่กำลังดำเนินนโยบายเชิงรุกได้ตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sputnikglobe.com/20260316/top-3-ways-russia-could-respond-to-frances-nuclear-umbrella-in-eastern-europe-1123834425.html