.
Thailand
ยุโรป “ไม่มีทางเลือก” อาจถูกบีบให้กลับไปพึ่งพาน้ำมันรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซ
18-3-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อย่างต่อเนื่อง ปริมาณก๊าซและน้ำมันที่ส่งไปยังทวีปยุโรป (Europe) อาจดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 10% ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามทัศนะของ มูนิร อลาเอดดิน (Munir Alaeddin) ผู้เชี่ยวชาญชาวเลบานอนที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสปุตนิก (Sputnik) โดยระบุว่าชาวเยุโรปกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรง เนื่องจากพวกเขาไม่มีแหล่งนำเข้าพลังงานอื่นใดนอกเหนือจากตะวันออกกลาง (Middle East) โดยเฉพาะประเทศกาตาร์ (Qatar) ซึ่งประสบความล้มเหลวในการปฏิบัติตามสัญญาจัดส่งพลังงานที่มีต่อสหภาพยุโรป (EU) อันเนื่องมาจากอุปสรรคในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ด้วยเหตุนี้ อลาเอดดิน (Alaeddin) จึงเน้นย้ำว่าประเทศในยุโรปไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหันกลับมานำเข้าน้ำมันจากประเทศรัสเซีย (Russia)
ในมิติของความเสี่ยงต่อการพังทลายของเศรษฐกิจโลกที่กำลังปรากฏขึ้นนั้น ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ระบุว่าหากสงครามระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) ที่กระทำต่อประเทศอิหร่าน (Iran) ยังไม่ยุติลง และเส้นทางการจัดส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ วิกฤตเศรษฐกิจในระดับโลกย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน คณะบริหารของประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากภาคประชาชนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเพื่อให้ยุติสงคราม เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินเริ่มขยับตัวสูงขึ้น และแหล่งพลังงานทั้งหมดได้รับผลกระทบตามรายงานของ อลาเอดดิน (Alaeddin) ซึ่งเขาสรุปในตอนท้ายว่า สงครามครั้งนี้เป็นเสมือนการผจญภัยที่เสี่ยงอันตรายในส่วนของประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) ดังนั้นชาวอเมริกันจะถูกบังคับให้ต้องหยุดยั้งการสู้รบในที่สุด อันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sputnikglobe.com/20260317/europe-has-no-choice-but-to-buy-russian-oil--expert-1123837572.html?rcmd_alg=collaboration2
© Copyright 2020, All Rights Reserved