‘EU-อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ รับมืออุตฯ รถยนต์
‘EU-อังกฤษ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ ตั้งแนวร่วมรับมืออุตฯ รถยนต์ หวังสกัดรถ EV จีน
27-8-2026
สำนักข่าว NEXTA TV รายงานว่า หนังสือพิมพ์ธุรกิจรายใหญ่ของประเทศเยอรมนี ฮันเดลส์บลัตต์ (Handelsblatt) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวระดับสูงจาก คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) โดยเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป หรือ EU (European Union) กำลังอยู่ระหว่างการเปิดการหารือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับ ประเทศสหราชอาณาจักร (UK), ประเทศญี่ปุ่น (Japan) และ ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) เพื่อจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรด้านความมั่นคงทางการค้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ของตนเอง และลดระดับการพึ่งพาทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานจาก ประเทศจีน (China)
การเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการขยายตัวอย่างรวดเร็วของยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดชาร์จไฟ (Plug-in Hybrid: PHEV) จากผู้ผลิตสัญชาติจีนในทวีปยุโรป โดยรายงานระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 รถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดที่นำเข้าสู่สัดส่วนตลาด EU เป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศจีนสูงถึงร้อยละ 60 ยิ่งไปกว่านั้น ยอดขายสะสมของแบรนด์รถยนต์จีนในทวีปยุโรปยังสามารถแซงหน้ายอดขายรวมของค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลอย่างหนักแก่บรรดาผู้กำหนดนโยบายในกรุงบรัสเซลส์
ตามรายงานของสำนักข่าว Handelsblatt กรอบความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและ 3 ประเทศพันธมิตรจะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบด้วย:
1. การขยายสิทธิประโยชน์และมาตรการอุดหนุนทางการค้า (Market Subsidies & Tax Incentives)
สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายว่าด้วยการเร่งรัดอุตสาหกรรม หรือ Industrial Accelerator Act (IAA) โดยกำหนดให้รถยนต์ที่ผลิตใน ประเทศสหราชอาณาจักร (UK), ประเทศญี่ปุ่น (Japan) และ ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าและเงินอุดหนุนทัดเทียมกับรถยนต์ที่ผลิตภายในทวีปยุโรป (Made in Europe)
มาตรการดังกล่าวจะเปิดทางให้รถยนต์จากสามประเทศพันธมิตรได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเงินอุดหนุนการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถยนต์องค์กรและฟลีทพาณิชย์ ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนจะถูกกีดกันและไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เหล่านี้ อันเป็นการสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้แก่กลุ่มประเทศที่มีค่านิยมและการค้าเสรีสอดคล้องกัน
2. การสร้างกลไกคุ้มครองและการยกเว้นโควตานำเข้า (Trade Safeguards & Tariff Exemptions)
นอกเหนือจากเงินอุดหนุน สหภาพยุโรปยังอยู่ระหว่างการพัฒนากลไกปกป้องตลาดจากการทะลักของสินค้านำเข้า (safeguard instruments) คล้ายคลึงกับมาตรการภาษีทุ่มตลาดที่เคยนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเหล็กกล้า โดยกำหนดโควตานำเข้าสินค้าตามอัตรารอบปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ประเทศพันธมิตรอย่าง สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะได้รับข้อยกเว้นจากมาตรการตั้งกำแพงภาษีปกป้องตลาดดังกล่าว เพื่อให้ตลาดของกลุ่มประเทศพันธมิตรยังคงเปิดกว้างระหว่างกันได้ตามปกติ
นายแบร์นด ลังเงอ (Bernd Lange) ประธานคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศประจำรัฐสภายุโรป ให้สัมภาษณ์กับ Handelsblatt โดยเน้นย้ำว่า การทะลักเข้าของยานยนต์จีนมิได้สร้างความเสียหายแก่ผู้ผลิตในยุโรปเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในตลาดต่างประเทศ จึงถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของมหาอำนาจทางการค้าในการผสานกลไกองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อโต้ตอบภาวะกำลังการผลิตเกินความต้องการ (overcapacity) ของจีน
3. การผนึกกำลังจัดหาแร่ธาตุวิกฤตและวัตถุดิบแบตเตอรี่ (Critical Raw Materials & Battery Supply Chain)
เสาหลักที่สามเน้นย้ำการสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน โดยทั้งสี่ฝ่ายจะร่วมมือกันจัดหาและพัฒนาแหล่งแร่ธาตุวิกฤต (critical raw materials) ที่จำเป็นต่อการผลิตแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า เช่น แรร์เอิร์ธ (rare earths) และ แกลเลียม (gallium) เพื่อลดการพึ่งพาประเทศจีนที่มักใช้อำนาจผูกขาดแร่ธาตุในการต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์
กระทรวงการเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ METI (Ministry of Economy, Trade and Industry) ได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งในการผลักดันกรอบความร่วมมือนี้ โดยญี่ปุ่นพร้อมที่จะแบ่งปันเทคโนโลยีการรีไซเคิลและกำลังการกลั่นแร่ธาตุ เพื่อช่วยยุโรปพัฒนาเส้นทางจัดหาวัตถุดิบนอกประเทศจีน ขณะเดียวกัน ค่ายรถยนต์และสถาบันการเงินในญี่ปุ่นต้องการข้อผูกพันการเข้าซื้อจากยุโรป เพื่อสร้างหลักประกันด้านอุปทานและความคุ้มทุนในระยะยาว
บรรดานักวิเคราะห์การเงินและภูมิรัฐศาสตร์ประเมินว่า หากข้อเสนอในร่างกฎหมาย Industrial Accelerator Act ผ่านการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติของ EU จะกลายเป็นการส่งสัญญาณครั้งสำคัญของการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก โดยเปลี่ยนจากการพึ่งพามาตรการภาษีศุลกากรแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้าง "พันธมิตรความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" (Economic Security Alliance) ที่รวมเอาประเทศอุตสาหกรรมยานยนต์หลักเข้ามาเป็นเครือข่ายเดียวกันเพื่อคานอำนาจจีนอย่างยั่งยืน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/nexta_tv/status/2092495255576715680?s=20