จีน-อังกฤษส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์
จีน-อังกฤษส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ สี จิ้นผิงต่อสายคุยเบิร์นแฮม ชวนก้าวข้ามความต่าง-ขยายความร่วมมือ หนุนการค้าเสรี-ระเบียบโลกหลายขั้ว ขณะอังกฤษย้ำสานต่อนโยบายจีน
9-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งประเทศจีน เรียกร้องให้ยกระดับความร่วมมือระหว่างสองมหาอำนาจทางเทคโนโลยี ร่วมกับ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม แห่งประเทศสหราชอาณาจักร ในการหารือทางโทรศัพท์อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
ทางการประเทศจีน (China) เปิดเผยว่าทั้งสองฝ่ายควรมุ่งเน้นผลประโยชน์ร่วมกันเหนือความแตกต่างทางสังคม ขณะที่ผู้นำสหราชอาณาจักรแสดงความพร้อมในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับคืนสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งประเทศจีน (China) ได้ต่อสายตรงหารืออย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกกับ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) แห่งประเทศสหราชอาณาจักร (UK) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำให้สองมหาอำนาจทางเทคโนโลยีเดินหน้ายกระดับความร่วมมือในหลากหลายมิติ
สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) สื่อทางการของประเทศจีน (China) รายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศจีน (China) และประเทศสหราชอาณาจักร (UK) นั้นมีน้ำหนักมากกว่าความแตกต่างในระบบสังคมของทั้งสองประเทศ
“ทั้งสองฝ่ายควรให้ความเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ก้าวข้ามความแตกต่าง แสวงหาจุดร่วมพร้อมทั้งสงวนจุดต่าง ตลอดจนขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน” สำนักข่าวซินหัวระบุอ้างคำกล่าวของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping)
“ทั้งประเทศจีน (China) และประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ต่างเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการกีฬา ทั้งสองประเทศควรรักษาแนวทางที่เปิดกว้างและมองไปสู่อนาคต พร้อมทั้งเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในสาขาต่างๆ” ผู้นำจีนกล่าวเสริม
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ยังกระตุ้นให้ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ร่วมมือกับประเทศจีน (China) ในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นสมาชิกถาวรแห่งคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ในการสนับสนุนพหุภาคีนิยม (Multilateralism) และการค้าเสรี ตลอดจนร่วมกันผลักดันให้เกิด “ระเบียบโลกหลายขั้วที่มีความเท่าเทียมและเป็นระเบียบ” (Equitable and orderly multipolar world)
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา สืบต่อจาก นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) ในฐานะหัวหน้าพรรคแรงงาน (Labour Party) โดยสำนักข่าวซินหัวระบุว่า การต่อสายตรงครั้งนี้จัดขึ้นตามคำร้องขอของฝ่ายสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ดี แถลงการณ์จากกรุงปักกิ่งไม่ได้ระบุว่ามีการหารือในประเด็นสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) หรือประเทศยูเครน (Ukraine) หรือไม่
รายงานจากสำนักข่าวซินหัวระบุเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ได้กล่าวต่อ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ว่า ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) มีความยินดีที่จะรักษา “ความต่อเนื่องของนโยบายจีน” สร้าง “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มั่นคงในระยะยาว” ดำเนินการแลกเปลี่ยนระดับสูง และ “ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีให้กลับคืนสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์”
“ในสภาวะการณ์ระหว่างประเทศที่ผันผวนและซับซ้อนในปัจจุบัน ในฐานะสมาชิกถาวรแห่งคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สหราชอาณาจักรและจีนควรร่วมกันส่งเสริมการหารือเพื่อแก้ไขจุดร้อนระหว่างประเทศ ร่วมกันรับมือกับความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และทำงานร่วมกันเพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่งคั่งของโลก” นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) กล่าวอ้างอิงตามรายงานของซินหัว
ด้านทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ณ ถนนดาวนิง (Downing Street / No 10) ได้ออกแถลงการณ์เปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือถึงความสำคัญของ “ความร่วมมือที่เน้นการปฏิบัติจริง” (Pragmatic cooperation) เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันและรับมือกับความท้าทายระดับโลก
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุเสริมว่า ประเด็นที่ นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ได้หยิบยกขึ้นหารือ ครอบคลุมถึงสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine), ประเด็นฮ่องกง (Hong Kong) และสิทธิมนุษยชน โดยเขาได้ให้คำมั่นที่จะดำเนินปฏิสัมพันธ์อย่าง “ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์” ในประเด็นที่มีผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ
แความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประเทศสหราชอาณาจักร (UK) เริ่มดำเนินนโยบายฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นกับประเทศจีน (China) ในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอันเกิดจากข้อห่วงกังวลด้านความมั่นคงและประเด็นสิทธิมนุษยชน โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2020 สหราชอาณาจักรได้สั่งห้ามบริษัท หัวเว่ย (Huawei) ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน เข้า参与ในเครือข่าย 5G และได้ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนในปีต่อมา จากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวอุยเกอร์ (Uygur) ในเขตปกครองตนเองซินเจียง (Xinjiang) ซึ่งทางการจีนได้ตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรสมาชิกรัฐสภาอังกฤษในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ดี รัฐบาล ณ กรุงลอนดอน (London) ได้เดินหน้าผลักดันความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับกรุงปักกิ่ง (Beijing) ตลอดช่วงการดำรงตำแหน่ง 2 ปีของ นายเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นับตั้งแต่ปี 2024 โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนแรกที่เดินทางเยือนประเทศจีน (China) นับตั้งแต่ปี 2018 นำไปสู่ข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้ง “ความตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม มั่นคง และยาวนาน” รวมถึงการบรรลุข้อตกลงปรับลดภาษีศุลกากรสก็อตช์วิสกี้ (Scotch whisky) และการลงนามในข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนอีกหลายฉบับ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/l195c?utm_source=copy-link&utm_campaign=3366819&utm_medium=share_widget