.
“ทรัมป์-ปูติน” ต่อสายตรงถก 1 ชั่วโมง หลังผู้แทนสหรัฐฯ เยือนมอสโก-เคียฟ แต่ยังไร้ทางออกสงคราม ด้านรัสเซียย้ำไม่มีเจตนาคุกคามยุโรป
9-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) และ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ดำเนินสนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกัน ภายหลังจากคณะผู้แทนจากประเทศสหรัฐฯ (US) เดินทางเยือนกรุงมอสโก (Moscow) และกรุงคีฟ (Kyiv) เพื่อมุ่งรื้อฟื้นกระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine)
นายยูรี อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) ที่ปรึกษาด้านนโยบายการต่างประเทศประจำทำเนียบเครมลิน (Kremlin) เปิดเผยเมื่อวันอังคารผ่านคลิปเสียงที่เผยแพร่บนแอปพลิเคชัน Telegram โดยระบุว่า การหารือทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศเป็นไปอย่าง “สร้างสรรค์และตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง” โดยผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับผลการเดินทางเยือนของ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และ นายจาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner)
“ประธานาธิบดีทั้งสองท่านเห็นพ้องกันที่จะรักษาการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน และจะต่อสายโทรศัพท์หากันโดยทันทีตามความจำเป็น” นายยูรี อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) กล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าการสนทนาดำเนินไปเป็นระยะเวลานาน 1 ชั่วโมงเต็ม
นอกจากนี้ นายยูรี อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้เน้นย้ำในระหว่างการหารือว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) ไม่มีเจตนาที่จะคุกคามทวีปยุโรป (Europe) แต่อย่างใด
การต่อสายตรงของสองผู้นำมีขึ้นตามหลังการเดินทางเข้าพบ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ณ กรุงมอสโก (Moscow) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และ นายจาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ซึ่งเป็นบุตรเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยการหารือในครั้งนั้นดำเนินไปนานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ได้ระบุในขณะนั้นว่าเป็นไปอย่าง “มีสาระสำคัญ สร้างสรรค์ ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง และเปี่ยมด้วยความไว้วางใจ” ก่อนที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ จะออกเดินทางต่อไปยังกรุงคีฟ (Kyiv) เพื่อเข้าหารือกับ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) แห่งประเทศยูเครน (Ukraine) เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนเมืองหลวงของประเทศยูเครน (Ukraine) เป็นครั้งแรกของคณะผู้แทนชุดดังกล่าว
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวผู้คุ้นเคยกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่า การหารือ ณ ทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ยังไม่บรรลุผลสำเร็จครั้งสำคัญใดๆ โดย ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดในแคว้นโดเนตสก์ (Donetsk) ทางตอนตะวันออกของประเทศยูเครน (Ukraine) ขณะที่ฝ่ายประเทศยูเครน (Ukraine) ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องซ้ำหลายครั้งในการส่งมอบแนวปราการเขตเมืองในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งกองกำลังของประเทศรัสเซีย (Russia) พยายามเข้ายึดครองแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการสู้รบมาตั้งแต่นี้ตั้งแต่ปี 2014 และได้เสนอให้หยุดยิงและตรึงกำลังตามแนวรบเดิมในปัจจุบันแทน
ทางด้าน ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ได้กล่าวภายหลังการหารือว่า เขายังไม่เห็นแนวโน้มการยุติลงอย่างรวดเร็วของสงคราม และประเทศยูเครน (Ukraine) กำลังเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฤดูหนาวอันยากลำบากที่กำลังจะมาถึง ด้วยการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมเพื่อรับมือการโจมตีจากประเทศรัสเซีย (Russia) พร้อมทั้งระบุว่า ประเด็นข้อพิพาทเรื่องดินแดนควรได้รับการแก้ไขใน “ระดับผู้นำ” เท่านั้น
ความเคลื่อนไหวทางการทูตล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังจากกระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine) ที่นำโดยประเทศสหรัฐฯ (US) ต้องตกอยู่ในภาวะชะงักงันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้หันไปมุ่งเน้นความสนใจกับความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน (Iran)
“ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงทัศนะอย่างชัดเจนถึงความปรารถนาที่จะเห็นสงครามยุติลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเปิดทางไปสู่โอกาสอันกว้างใหญ่และมีความสำคัญยิ่งในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศรัสเซีย (Russia) อย่างเต็มรูปแบบโดยทันที” นายยูรี อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) กล่าว พร้อมระบุเสริมว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ “กล่าวชื่นชมความพยายามในการเป็นคนกลางของฝ่ายอเมริกัน และตัวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการส่วนตัว”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-08/trump-and-putin-speak-after-us-envoys-visit-moscow-kremlin-says?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy