.
รัสเซีย-จีนแท็กทีมใช้สิทธิวีโต้ 'คว่ำมติ UN' ที่สหรัฐฯ หนุนหลัง ปิดฉากคณะผู้เชี่ยวชาญจับตาคว่ำบาตรอิหร่าน -เตหะรานขอบคุณพันธมิตรช่วยสกัด
19-9-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) ได้ใช้วีโต้ (veto) คว่ำร่างมติซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยประเทศสหรัฐฯ (US) ณ คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) ส่งผลให้การขยายวาระปฏิบัติงานของคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระในการติดตามตรวจสอบมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศอิหร่าน (Iran) ต้องสิ้นสุดลง
การลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาส่งผลให้การทำงานของคณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและรายงานการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่ถูกรื้อฟื้นกลับมาบังคับใช้ต่อประเทศอิหร่าน (Iran) ต้องถูกยุติลงอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ชาติตะวันตกได้กล่าวหาทางการกรุงเตหะราน (Tehran) ว่าละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ขณะที่ประเทศอิหร่าน (Iran) ยังคงปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้แสวงหาการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือละเมิดข้อตกลงดังกล่าว
“เราขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้เพื่อนร่วมงานชาติตะวันตกยุติการกระทำที่สุ่มเสี่ยงและเป็นอันตรายอย่างยิ่งในประเด็นประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งกำลังซ้ำเติมให้การแก้ไขวิกฤตการณ์ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น” นายวาซิลี เนเบนซียา (Vassily Nebenzia) เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติภายหลังการลงมติ
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้เคยลงมติจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระดังกล่าวขึ้นอีกครั้งเมื่อปี 2025 เพื่อทำหน้าที่ติดตาม รายงานการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และเสนอแนะมาตรการดำเนินการเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม คณะผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวไม่เคยได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากความขัดแย้งและขาดฉันทามติระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 15 ประเทศ
สำหรับการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีประเทศสมาชิกจำนวน 11 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้ขยายวาระการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อติดตามการคว่ำบาตร ขณะที่ประเทศปากีสถาน (Pakistan) และประเทศโซมาเลีย (Somalia) งดออกเสียง ส่วนประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) ลงมติคัดค้านด้วยการใช้วีโต้ในฐานะสมาชิกถาวร
ด้านคณะผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณต่อประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) สำหรับการใช้วีโต้คัดค้านร่างมติของประเทศสหรัฐฯ (US) ซึ่งทางการอิหร่านนิยามว่าเป็นความพยายามที่มี "แรงจูงใจทางการเมืองแอบอ้าง"
“ประเทศอิหร่าน (Iran) ขอแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) สำหรับจุดยืนอันมั่นคง ยึดมั่นในหลักการ และการดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดในวันนี้” คณะผู้แทนอิหร่านระบุผ่านข้อความบนแพลตฟอร์ม X โดยเสริมว่า ทั้งสองมหาอำนาจได้ “สกัดกั้นความพยายามฉวยโอกาสของประเทศสหรัฐฯ (US) และชาติพันธมิตรในการใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง”
อนึ่ง มาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ถูกรื้อฟื้นกลับมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2025 หลังจากที่ประเทศฝรั่งเศส (France), ประเทศเยอรมนี (Germany) และประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ได้เปิดฉากใช้กลไกการฟื้นฟูการคว่ำบาตรโดยอัตโนมัติ (Snapback mechanism) ซึ่งนำไปสู่การบังคับใช้มติคณะรัฐมนตรีความมั่นคงเดิมจำนวน 6 ฉบับที่มุ่งเป้าการคว่ำบาตรโครงการนิวเคลียร์และโครงการทางการทหารของประเทศอิหร่าน (Iran)
“หากปราศจากคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งนี้จะสูญเสียแหล่งข้อมูลหลักที่มีความเป็นกลางและตั้งอยู่บนฐานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งจะสร้างช่องโหว่ในการติดตามตรวจสอบที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่รัฐบาลอิหร่านและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการหลบเลี่ยงมาตรการเหล่านั้นเท่านั้น” นางเจนนิเฟอร์ โลเซตตา (Jennifer Locetta) รองผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวเตือนต่อที่ประชุม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ขัดขวางไม่ให้ นายโมฮัมหมัด เอสลามี (Mohammad Eslami) หัวหน้านโยบายพลังงานปรมาณูแห่งประเทศอิหร่าน (Iran) เดินทางเข้าร่วมการประชุมใหญ่ประจำปีขององค์กรเฝ้าระวังนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ หรือ International Atomic Energy Agency (IAEA) ณ กรุงเวียนนา (Vienna) หลังจากคณะรัฐมนตรีความมั่นคงปฏิเสธคำร้องขอสิทธิยกเว้นคำสั่งห้ามเดินทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรแบบ Snapback ที่มุ่งเป้าคณะเจ้าหน้าที่อิหร่านที่มีความเชื่อมโยงกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธทิ้งตัว
ส่งผลให้นายโมฮัมหมัด เอสลามี (Mohammad Eslami) และคณะผู้แทนต้องยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมการประชุมระยะเวลา 5 วัน หลังจากทางการประเทศออสเตรีย (Austria) ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าตามกรอบมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ตามการรายงานของสื่อมวลชนภาครัฐแห่งประเทศอิหร่าน (Iran)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/w0sdtm