.
สหรัฐฯ สั่งยึดเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียเชื่อมโยงเวเนฯ พร้อมบีบยกเลิกขายให้จีน มูลค่า $2 พันล้าน จีนประณามสหรัฐฯ ใช้อำนาจบีบคั้น
8-1-2026
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงรัสเซีย (Russia) และมีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา (Venezuela) ในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเชิงรุกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในการเข้าบงการการไหลเวียนของน้ำมันในภูมิภาคอเมริกา และบีบให้รัฐบาลสังคมนิยมของเวเนซุเอลากลายมาเป็นพันธมิตร
หลังจากจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ในการบุกโจมตีกรุงคารากัสเมื่อวันเสาร์ สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปิดล้อมเรือที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรนอกชายฝั่งประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้ ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปก (OPEC) หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และกองกำลังพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมเรือบรรทุกน้ำมัน "Marinera" (เดิมชื่อ Bella-1) ซึ่งเคยปฏิเสธการขอตรวจค้นเมื่อเดือนที่แล้วและเพิ่งเปลี่ยนไปใช้ธงรัสเซีย
ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) และเรือรบของอังกฤษ โดยนายจอห์น ฮีลีย์ (John Healey) รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "ความพยายามระดับโลกในการปราบปรามการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร"
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับรัสเซียมากขึ้น เนื่องจากมีเรือดำน้ำและเรือรบของรัสเซียอยู่ในบริเวณใกล้เคียงหลังจากมีการติดตามกันในมหาสมุทรแอตแลนติกนานสองสัปดาห์ โดยรัสเซียได้ประณามการกระทำของสหรัฐฯ เหนือเวเนซุเอลาไปก่อนหน้านี้แล้ว
จีนประณาม "พฤติกรรมอันธพาล" ของสหรัฐฯ
รัฐบาลทรัมป์กำลังกดดันให้เวเนซุเอลาทำข้อตกลงโยกย้ายการส่งน้ำมันที่เดิมมีจุดหมายอยู่ที่จีน (ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของเวเนฯ) มาให้สหรัฐฯ แทน โดยมีมูลค่านำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์
"การใช้กำลังอย่างไม่ละอายของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา และการเรียกร้องนโยบาย 'อเมริกามาก่อน' (America First) ในขณะที่เวเนซุเอลาควรมีสิทธิ์จัดการทรัพยากรน้ำมันของตนเอง ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายอันธพาลอย่างชัดเจน" เหมา หนิง (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าว
นายทรัมป์ได้ประกาศอย่างเปิดเผยถึงการเข้าควบคุมคลังน้ำมันสำรองมหาศาลของเวเนซุเอลาร่วมกับบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ หลังจากจับกุมมาดูโรและส่งตัวเข้าคุก โดยเขากล่าวหามาดูโรว่าเป็นเผด็จการค้ายาเสพติดที่ร่วมมือกับศัตรูของวอชิงตัน (Washington) ซึ่งมาดูโรได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในศาลรัฐบาลกลางที่นิวยอร์กเมื่อสัปดาห์นี้
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการกลั่นและขายน้ำมันดิบจำนวน 50 ล้านบาร์เรลที่ติดค้างอยู่ในเวเนซุเอลาภายใต้การปิดล้อมของสหรัฐฯ เพื่อเป็นขั้นตอนแรกในการฟื้นฟูภาคส่วนที่ถดถอยมานาน แม้จะเป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกก็ตาม
"น้ำมันนี้จะถูกขายในราคาตลาด และเงินจำนวนนั้นจะถูกควบคุมโดยผม ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ!" ทรัมป์โพสต์ข้อความเมื่อวันอังคาร
ความสูญเสียจากการจับกุมมาดูโร
เวเนซุเอลายังไม่ได้ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากการโจมตีกรุงคารากัส แต่กองทัพได้ประกาศรายชื่อผู้เสียชีวิต 23 นาย ขณะที่พันธมิตรอย่างคิวบา (Cuba) ระบุว่ามีสมาชิกหน่วยทหารและข่าวกรองของตนเสียชีวิต 32 นาย
มาดูโรในวัย 63 ปี ปรากฏตัวในศาลแมนฮัตตันในสภาพถูกล่ามโซ่ที่ข้อเท้าและสวมชุดนักโทษสีส้ม-เบจ ทรัมป์ดูเหมือนจะคำนวณแล้วว่าเพื่อเสถียรภาพในเวเนซุเอลา การทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับสูงของมาดูโรไปก่อนเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยเน้นไปที่การฟื้นฟูภาคพลังงานด้วยบริษัทสหรัฐฯ เป็นลำดับความสำคัญสูงสุด ไม่ใช่การปล่อยตัวนักโทษการเมืองหรือการจัดเลือกตั้งใหม่เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
ขณะเดียวกัน นางเดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodriguez) รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กำลังเดินหมากอย่างระมัดระวังระหว่างการประณามการ "ลักพาตัว" มาดูโร และการเริ่มต้นความร่วมมือกับสหรัฐฯ ภายใต้คำขู่ที่ชัดเจนจากทรัมป์ว่า หากไม่ให้ความร่วมมือก็อาจมีชะตากรรมเดียวกับมาดูโร
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/business/energy/us-venezuela-oil-deal-angers-china-pushes-prices-down-2026-01-07/