.
ผู้นำเข้าสหรัฐฯ เตรียมเปิดศึกทวงคืนภาษี $1.5 แสนล้าน หาก 'ทรัมป์' พ่ายคดีภาษีในศาลฎีกา
9-1-2026
Yahoo finance รายงานว่า บรรดาผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ ตัวแทนออกของ (Customs Brokers) และนักกฎหมายด้านการค้าระหว่างประเทศ กำลังเตรียมพร้อมรับมือคำวินิจฉัยประวัติศาสตร์จากศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งหากรัฐบาลพ่ายคดี อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งใหญ่เพื่อทวงคืนภาษีนำเข้ามูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ภาคเอกชนได้ชำระให้แก่รัฐบาลไปก่อนหน้านี้
ความคาดการณ์ว่าศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนมาตรการภาษีภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 1977 (International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA) เพิ่มสูงขึ้นภายหลังการไต่สวนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อคณะผู้พิพากษาทั้งจากปีกอนุรักษนิยมและเสรีนิยมต่างแสดงท่าทีเคลือบแคลงว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวให้อำนาจฝ่ายบริหารในการจัดเก็บภาษีนำเข้าในลักษณะนี้จริงหรือไม่ โดยคาดว่าศาลจะมีการออกคำวินิจฉัยในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
ความกังวลต่อท่าทีของฝ่ายบริหาร
แม้ศาลจะวินิจฉัยให้มาตรการภาษีเป็นโมฆะ แต่ภาคเอกชนหลายแห่งยังคงแสดงความกังวลว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรครีพับลิกันจะไม่ยินยอมคืนเงินโดยง่าย จิม เอสติลล์ (Jim Estill) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Danby Appliances ผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแคนาดา ระบุว่า "การคืนเงินไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในวิถีปฏิบัติของรัฐบาล และทรัมป์เองก็คงไม่ปรารถนาที่จะคืนเงินเหล่านั้น" เขายังแสดงความกังวลว่าหากได้รับเงินคืนจำนวน 7 ล้านดอลลาร์จริง คู่ค้าอย่าง Home Depot และลูกค้าอาจจะเข้ามาขอส่วนแบ่ง จนกลายเป็นความวุ่นวายที่เขานิยามว่าเป็น "อาหารเช้าของสุนัข" (Dog's breakfast) หรือสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงนั่นเอง
สถิติการจัดเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA
โดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ตีความกฎหมาย IEEPA เพื่อนำมาใช้ในการจัดเก็บภาษี จากเดิมที่กฎหมายนี้ถูกสงวนไว้สำหรับการคว่ำบาตรศัตรูของสหรัฐฯ หรือการอายัดทรัพย์สินเท่านั้น ข้อมูลล่าสุดจากกรมศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 14 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจัดเก็บภาษีไปแล้วราว 133,500 ล้านดอลลาร์ และจากการคำนวณของสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) พบว่ามูลค่ารวมในปัจจุบันกำลังขยับเข้าใกล้ 150,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.1 ล้านล้านบาท)
การปรับตัวของกรมศุลกากรสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา CBP ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคโดยจะเปลี่ยนการคืนเงินภาษีทั้งหมดเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่ง แองเจลา ลูอิส (Angela Lewis) หัวหน้าฝ่ายศุลกากรโลกของบริษัท Flexport มองว่าเป็นสัญญาณว่ากรมศุลกากรเตรียมความพร้อมสำหรับการคืนเงินหากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในทางนั้นจริง แม้ว่าจะยังไม่ใช่ระบบคืนเงินแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบตามที่ผู้นำเข้าคาดหวังก็ตาม
ขณะที่ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่าศาลจะตัดสินเข้าข้างทรัมป์ ส่วน เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่าหากรัฐบาลต้องสูญเสียรายได้ส่วนนี้ ทรัมป์สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายอื่นเพื่อจัดเก็บภาษีใหม่ทดแทนได้ทันที
ยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษีของทรัมป์
มาตรการภาษีภายใต้ IEEPA ถูกนำมาใช้ใน 2 รูปแบบหลัก:
การประกาศ "ภาษีตอบโต้แบบต่างตอบแทน" (Reciprocal Tariffs) เมื่อเดือนเมษายนต่อคู่ค้าส่วนใหญ่ โดยอ้างภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเรื่องการขาดดุลการค้า
การจัดเก็บภาษีต่อจีน แคนาดา และเม็กซิโก เมื่อช่วงกุมภาพันธ์และมีนาคม โดยอ้างภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเรื่องการลักลอบขนยาเสพติดและยาแก้ปวดเฟนทานิล (Fentanyl)
การเคลื่อนไหวเชิงรุกของภาคเอกชน
โจเซฟ สปราเรเกน (Joseph Spraragen) ทนายความด้านศุลกากรในนิวยอร์ก ระบุว่ากระบวนการคืนเงินจะขึ้นอยู่กับว่าศาลฎีกาจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติหรือส่งเรื่องกลับไปยังศาลชั้นต้น (ศาลการค้าระหว่างประเทศ) โดยปกติผู้นำหน้าจะมีเวลา 314 วันในการแก้ไขข้อมูลนำเข้าก่อนที่รายการจะถูก "ปิดบัญชี" (Liquidated) ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถขอคืนเงินได้อีก
ด้วยเหตุนี้ บริษัทชั้นนำอย่าง Costco จึงได้ยื่นฟ้องล่วงหน้าต่อ CBP เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินคืน โดยระบุว่าต่อให้ศาลจะวินิจฉัยว่าภาษีมิชอบ แต่ผู้นำเข้าก็ไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับเงินคืนโดยอัตโนมัติหากไม่มีคำสั่งศาลกำกับ เช่นเดียวกับบริษัท Bumble Bee Foods, Revlon, EssilorLuxottica, Kawasaki Motors และ Yokohama Tire ที่ได้ดำเนินการฟ้องร้องในลักษณะเดียวกัน
ตลาดรองและสิทธิในการรับเงินคืน
สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่รอไม่ไหว ได้เริ่มนำสิทธิในการรับเงินคืนไปขายต่อให้กับกองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Funds) ในตลาดรอง โดยบริษัท Kids2 เผยว่าได้รับเงินเพียง 23 เซนต์ต่อ 1 ดอลลาร์สำหรับสิทธิทวงคืนภาษีแบบต่างตอบแทน และเพียง 9 เซนต์สำหรับภาษีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
เจย์ โฟร์แมน (Jay Foreman) ซีอีโอของ Basic Fun! แสดงความกังขาว่าบริษัทจะได้รับเงินภาษี 6 ล้านดอลลาร์ที่จ่ายไปคืนหรือไม่ โดยคาดการณ์ว่ารัฐบาลทรัมป์จะใช้วิธี "ทำให้คลุมเครือหรือประวิงเวลา" แม้จะมีคำสั่งศาลออกมาแล้วก็ตาม ขณะที่ พีท เมนโต (Pete Mento) ที่ปรึกษาจาก Baker Tilly แนะนำให้บริษัทรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดและดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะตามวิถีปฏิบัติในวอชิงตัน อาจต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่เงินจะถูกส่งถึงมือผู้ประกอบการ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://finance.yahoo.com/news/importers-brace-150-billion-tariff-110647138.html