จุดตั้งกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในยุโรป
จุดตั้งกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในยุโรป
26-1-2026
นับตั้งแต่เริ่มวาระที่สองเมื่อหนึ่งปีก่อน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกระดับการรณรงค์ในที่สาธารณะเกี่ยวกับแผนการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ โดยวางกรอบดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กว่าเป็น “ความจำเป็นด้านความมั่นคงของชาติ” เนื่องจากที่ตั้งในเขตอาร์กติก ขณะเดียวกัน เกาะแห่งนี้ยังอุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา
ถ้อยคำของทรัมป์มีตั้งแต่ข้อเสนอในการซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก รวมถึงการเสนอจ่ายเงินโดยตรงให้กับประชาชนในพื้นที่ ไปจนถึงการข่มขู่เชิงนัยถึงการใช้กำลังทางทหาร โดยเขาได้กล่าวอย่างชัดเจนเมื่อต้นเดือนมกราคมว่า
“เราจะต้องทำอะไรบางอย่างกับกรีนแลนด์ ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าเราไม่ทำ รัสเซียหรือจีนจะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ และเราจะไม่ยอมให้รัสเซียหรือจีนมาเป็นเพื่อนบ้านของเรา”
กระแสถ้อยคำแข็งกร้าวดังกล่าวดูเหมือนจะถึงจุดสูงสุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะผ่อนคลายกลับไปสู่การหารือเชิงการทูตมากขึ้น หลังจากที่ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองดาวอส
แรงผลักดันนี้สอดคล้องกับรูปแบบนโยบายต่างประเทศเชิงรุกของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงปฏิบัติการทางทหารล่าสุดในเวเนซุเอลา เพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของประเทศดังกล่าว
ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีฐานทัพถาวรในกรีนแลนด์อยู่แล้ว นั่นคือ ฐานอวกาศพิทัฟฟิก (Pituffik Space Base) ซึ่งเป็นฐานทัพที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ประจำการราว 200 นาย ลดลงจากจุดสูงสุดในอดีตที่เคยมีมากถึง 10,000 นาย ฐานทัพแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบป้องกันขีปนาวุธและการเฝ้าระวังด้านอวกาศ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องให้สหรัฐฯ ควบคุมกรีนแลนด์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยับยั้งรัสเซียและจีน แม้ว่าจะมีข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศกับเดนมาร์กอยู่แล้ว ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐสามารถขยายการปรากฏตัวทางทหารได้ก็ตาม
ดังที่ ทริสตัน โกดิอาต์ จาก Statista ระบุไว้ในแผนที่ด้านล่าง สหรัฐฯ ยังมีกำลังทหารประจำการมากกว่า 50,000 นาย กระจายอยู่ในฐานทัพถาวรราว 30 แห่งทั่วทวีปยุโรป (ภายใต้เขตรับผิดชอบของกองบัญชาการยุโรปของสหรัฐ หรือ U.S. European Command) โดยมีศูนย์กลางด้านอากาศที่สำคัญ เช่น เคฟลาวิก (ไอซ์แลนด์), แรมชไตน์ (เยอรมนี) และเลเคนฮีธ (สหราชอาณาจักร) รวมถึงฐานทัพเรืออย่าง โรตา (สเปน) และ ซูดา (กรีซ)
ฐานทัพเหล่านี้ไม่เพียงเป็นเครื่องมือสำคัญในการยับยั้งภัยคุกคามภายใต้กรอบนาโต้เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยเสริมอำนาจในการฉายกำลังของสหรัฐอเมริกาไปทั่วโลกอีกด้วย
การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ของยุโรปเป็นดาบสองคม
แม้ว่าผู้นำยุโรปจะออกมาประณามความทะเยอทะยานของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” และเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นเอกภาพของนาโต้ แต่ในขณะเดียวกัน หลายฝ่ายก็ยอมรับถึงการพึ่งพาฐานทัพและหลักประกันด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอีกด้านหนึ่ง เพื่อตอบโต้การยกระดับท่าทีของทรัมป์ สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกบางส่วนอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการจำกัดการเข้าถึงฐานทัพในยุโรปของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปฏิบัติการของสหรัฐในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่น ๆ
เดนมาร์กซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ได้ยืนยันอธิปไตยของกรีนแลนด์อีกครั้ง พร้อมเตือนว่าความพยายามใด ๆ ของสหรัฐฯ ในการผนวกดินแดน จะ “ทำลายสายสัมพันธ์ด้านความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่สั่งสมมากว่า 80 ปี”
นอกจากนี้ เดนมาร์กยังได้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศในเขตอาร์กติก และร่วมกับฝรั่งเศส เยอรมนี และพันธมิตรยุโรปประเทศอื่น ๆ ส่งกำลังทหารขนาดเล็กไปยังพื้นที่กรีนแลนด์เพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหาร แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยในภูมิภาคอาร์กติก
ที่มา https://www.zerohedge.com/military/where-us-has-military-footholds-europe