.
ทรัมป์ขีดเส้นตายให้เวลาอิหร่าน 48 ชั่วโมง 'ต้องเปิดฮอร์มุซ' ไม่งั้นถล่มโรงไฟฟ้าอิหร่าน หลังเพิ่งเปรยแผน 'ถอนกำลัง' เพียงวันเดียว"
23-3-2026
สำนักช่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ ข่มขู่ที่จะโจมตีโรงไฟฟ้าหลายแห่งของอิหร่าน (Iran) หากรัฐบาลกรุงเตหะรานไม่รีบเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ให้เรือสินค้าสัญจรได้ตามปกติ หลังจากที่เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลกต้องตกอยู่ในสภาวะอัมพาต
ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย Truth Social เมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ว่า เขาจะสั่งการให้ "โจมตีและทำลายล้าง" (Hit and Obliterate) โรงไฟฟ้าของอิหร่าน โดยเริ่มจากแห่งที่ใหญ่ที่สุด หากไม่มีการเปิดช่องแคบภายในเวลา 48 ชั่วโมง ซึ่งคำขู่นี้นับเป็นการยกระดับวาทกรรมที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งเปรยว่ากำลังพิจารณาที่จะ "ลดระดับ" (Winding down) ปฏิบัติการทางทหาร และโยนภาระการรักษาความปลอดภัยในฮอร์มุซให้เป็นหน้าที่ของประเทศที่ต้องพึ่งพาเส้นทางนี้แทน
วิกฤตพลังงานและราคาที่พุ่งสูงขึ้น
สถานการณ์ความตึงเครียดส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซร้อยละ 20 ของโลก แทบจะหยุดชะงักลงโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น โดยสัญญาล่วงหน้า Brent ปิดที่ 112.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ ขณะที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันบางประเภทพุ่งสูงเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนื่องจาก "ค่าพรีเมียมสงคราม" (War Premium)
อย่างไรก็ตาม บางประเทศยังคงหาทางลำเลียงสินค้าผ่านเส้นทางนี้ได้ โดยล่าสุดกองทัพเรืออิหร่านได้ช่วยนำทางเรือบรรทุกก๊าซ LNG ของอินเดียผ่านช่องแคบหลังจากมีการเจรจาทางการทูตระหว่างนิวเดลีและเตหะราน แต่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีไม่เต็มใจที่จะหารือเรื่องการเปิดเส้นทางให้แก่ประเทศอื่น ๆ ท่ามกลางการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์: ภาคพลังงานของอิหร่าน
นักวิเคราะห์มองว่า การโจมตีภาคการผลิตไฟฟ้าของอิหร่านต่างจากการโจมตีแหล่งก๊าซอย่างเซาท์พาร์ส (South Pars) ตรงที่มันจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกโดยตรงในทันที แต่อิหร่านมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ปฏิบัติการอยู่ถึง 98 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมดามาวานด์ (Damavand) ใกล้กรุงเตหะราน และโรงไฟฟ้ารามิน (Ramin) ทางตอนเหนือของอาววอซ (Ahvaz) นอกจากนี้ คำขู่ของทรัมป์ที่ว่าจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด อาจสื่อความถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชอร์ (Bushehr) ด้วย
ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้าง
สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่ออิสราเอล (Israel) โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สเมื่อวันพุธ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มโรงงานก๊าซ LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในกาตาร์ (Qatar) รวมถึงการโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลจนมีผู้บาดเจ็บกว่า 100 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อล้างแค้นให้กับการที่โรงงานนิวเคลียร์ของตนถูกโจมตีก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ อิหร่านยังแสดงขีดความสามารถใหม่ด้วยการยิงขีปนาวุธนำวิถีถล่มฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรที่เกาะดีเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 4,000 กิโลเมตร แม้จะไม่มีความเสียหายรุนแรง แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงระยะยิงที่ไกลกว่าที่เคยประเมินไว้
ความเสี่ยงทางการเมืองของทรัมป์
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นสร้างความเสี่ยงทางการเมืองให้แก่ทรัมป์ เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 8 เดือนก่อนจะถึงการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) ซึ่งคะแนนนิยมมักขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ทำให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องตัดสินใจใช้มาตรการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ โดยอนุญาตให้มีการขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่านที่บรรทุกอยู่บนเรือแล้ว แม้จะยังมีมาตรการคว่ำบาตรอยู่ก็ตาม
ในขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศ G7 ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิหร่านต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในหลายประเทศแถบอ่าวอาหรับ พร้อมยืนยันสนับสนุนสิทธิในการป้องกันตนเองของประเทศที่ถูกโจมตี และย้ำจุดยืนว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครองโดยเด็ดขาด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-22/trump-gives-iran-48-hours-to-open-strait-threatens-power-plants