หลักฐานมัด? ผลวิเคราะห์ชี้ขีปนาวุธ Patriotสกัดพลาด
หลักฐานมัด? ผลวิเคราะห์ชี้ขีปนาวุธ Patriot ของกองทัพสหรัฐฯ สกัดพลาดเป้าระเบิดกลางชุมชนบาห์เรน ทำพลเรือนเจ็บระนาว-บ้านเรือนพังยับ
23-3-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นักวิจัยด้านอาวุธและข่าวกรองโอเพ่นซอร์สชี้ว่า จรวดสกัดกั้นจากระบบ Patriot ซึ่งระเบิดเหนือย่านที่อยู่อาศัย Mahazza บนเกาะซิทรา (Sitra) ประเทศบาห์เรน (Bahrain) เมื่อช่วงก่อนรุ่งสางวันที่ 9 มีนาคม มีแนวโน้มสูงว่าเป็นจรวดจากแบตเตอรี่ Patriot ที่สหรัฐฯ (US) เป็นผู้ปฏิบัติการ มากกว่าจะเป็นของกองทัพบาห์เรนเอง โดยเหตุระเบิดดังกล่าวทำให้พลเรือนบาดเจ็บอย่างน้อย 32 คน รวมถึงเด็ก และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนหลายหลัง
ทั้งบาห์เรนและวอชิงตันต่างกล่าวโทษว่าเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม เป็นผลจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยทางการบาห์เรนระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย รวมถึงเด็ก และบางรายมีอาการสาหัส ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เคยโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ในวันเกิดเหตุว่าโดรนของอิหร่านได้พุ่งชนย่านที่พักอาศัยในบาห์เรน
อย่างไรก็ตาม ในการตอบคำถามของรอยเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บาห์เรนได้ยอมรับเป็นครั้งแรกว่ามีขีปนาวุธ Patriot เกี่ยวข้องกับการระเบิดเหนือย่านมาฮัซซา (Mahazza) บนเกาะซิตรา (Sitra) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงกลั่นน้ำมันสำคัญ โดยโฆษกรัฐบาลบาห์เรนแถลงว่าขีปนาวุธประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นโดรนอิหร่านกลางอากาศ และความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการตกกระแทกพื้นโดยตรงของทั้งขีปนาวุธหรือโดรน
ทั้งนี้ ทั้งบาห์เรนและสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของโดรนอิหร่านในเหตุการณ์ที่มาฮัซซาแต่อย่างใด
ความเสี่ยงของกลยุทธ์การป้องกันภัยทางอากาศ
การใช้อาวุธขั้นสูงราคาแพงเพื่อป้องกันการโจมตีจากโดรนราคาถูกกลายเป็นลักษณะเด่นของสงครามครั้งนี้ แต่อุบัติการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและข้อจำกัด โดยแรงระเบิดจาก Patriot ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะสกัดกั้นโดรนได้จริงหรือไม่ ได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายและผู้บาดเจ็บเป็นวงกว้าง ขณะที่ระบบป้องกันภัยของบาห์เรนไม่สามารถป้องกันการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในคืนเดียวกันนั้นได้
ทางด้านทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุเพียงว่าสหรัฐฯ กำลัง "บดขยี้" ขีดความสามารถของอิหร่านในการผลิตและยิงโดรน พร้อมย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ "ไม่เคยตั้งเป้าหมายไปที่พลเรือน" แต่ไม่ได้ตอบคำถามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ Patriot ในครั้งนี้
ผลการสืบสวนจากฐานข้อมูลเปิด (OSINT)
แซม แลร์, ไมเคิล ดุตส์มัน และศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ลูอิส จากสถาบันมิดเดิลเบอรี (Middlebury Institute of International Studies) สรุปด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางถึงสูงว่า ขีปนาวุธดังกล่าวน่าจะถูกยิงมาจากฐานทัพ Patriot ของสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากย่านมาฮัซซาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 7 กิโลเมตร
ข้อสรุปนี้อ้างอิงจากการตรวจสอบวิดีโอและภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ โดยมีหลักฐานสำคัญคือวิดีโอที่ถ่ายจากอาคารที่พักอาศัยซึ่งแสดงภาพขีปนาวุธพุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนในระดับต่ำ ก่อนจะหักมุมลงและระเบิดขึ้นใน 1.3 วินาทีต่อมา ซึ่ง ฮานี ฟาริด ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลจาก UC Berkeley ยืนยันว่าไม่พบหลักฐานว่าวิดีโอดังกล่าวถูกสร้างโดย AI
นักวิจัยระบุว่าฐานทัพในเมืองริฟฟา (Riffa) มีลักษณะเฉพาะที่ตรงกับหน่วย Patriot ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เช่น กำแพงป้องกัน ถนนที่ไม่ได้ลาดยาง และการขาดแคลนอาคารแบบถาวร ซึ่งต่างจากฐานทัพที่บาห์เรนดำเนินการเอง นอกจากนี้ บาห์เรนเพิ่งจะเริ่มใช้งานระบบ Patriot ของตนเองในปี 2024 ขณะที่ฐานทัพในริฟฟามีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2009 เป็นอย่างน้อย
รูปแบบความเสียหายที่ขัดแย้งกับคำแถลง
แม้บาห์เรนจะอ้างว่าเป็นการสกัดกั้นโดรน แต่นักวิจัยพบว่าทิศทางของความเสียหายและการขาดหลักฐานของซากโดรนในย่านดังกล่าว บ่งชี้ไปอีกสถานการณ์หนึ่ง นั่นคือ "การระเบิดเกิดจากหัวรบและเชื้อเพลิงที่ยังเหลืออยู่ของขีปนาวุธ Patriot เอง"
จากการตรวจสอบภาพความเสียหายพบว่ารอยทำลายกระจุกตัวอยู่ตามถนน 4 สายในย่านมาฮัซซา และภาพภายในบ้านที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางการระเบิด 120 เมตร แสดงให้เห็นรูโหว่บนผนังที่เกิดจากสะเก็ดระเบิด ซึ่งตรงกับรูปแบบที่คาดการณ์ได้หากขีปนาวุธ Patriot ระเบิดกลางอากาศเหนือทางแยกในหมู่บ้าน
โรเบิร์ต มาเฮอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงที่ตรวจสอบวิดีโอเสริมว่า ผลวิเคราะห์สนับสนุนตำแหน่งการระเบิดเหนือบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย โดยในวิดีโอเห็นแสงวาบที่วินาทีที่ 8 แต่ไม่ได้ยินเสียงระเบิดก่อนที่คลิปจะจบลงในวินาทีที่ 19 ซึ่งสอดคล้องกับระยะทางและเวลาเดินทางของเสียงในพิกัดดังกล่าว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/investigations/patriot-missile-involved-bahrain-blast-likely-us-operated-analysis-finds-2026-03-22/