.
โพลชาวอเมริกันส่วนใหญ่ มอง 'สหรัฐฯ ไม่บรรลุเป้าสงครามอิหร่าน' คัดค้านทำสงครามต่อ ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย
6-8-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เชื่อว่า รัฐบาลของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการทหารในการทำสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ ตามผลการสำรวจความคิดเห็นระดับชาติโดย สำนักโพล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมาร์เก็ตต์ (Marquette Law School) ที่เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในขณะที่การเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และยุติการปะทะกันตลอด 5 เดือนยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ผลการสำรวจระบุตัวเลขอันน่าตกใจว่า ผู้ตอบแบบสอบถามสูงถึง 88% เห็นว่าประเทศสหรัฐฯ (US) ยังไม่บรรลุเป้าหมายในสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งเพิ่มขึ้น 7 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับผลสำรวจในเดือนเมษายน ในขณะที่มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 12% เท่านั้นที่เชื่อว่ารัฐบาลบรรลุเป้าหมายแล้ว ลดลงจากระดับ 21% ในการสำรวจครั้งก่อน
นอกจากนี้ ผลโพลยังพบอีกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 75% มองว่าสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran) ไม่คุ้มค่ากับผลกระทบและสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 72% ในเดือนเมษายน
การเปิดเผยผลสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาอย่างเข้มข้นเมื่อวันอังคารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง โดยประเทศอิหร่าน (Iran) ได้เปิดฉากหารือกับประเทศโอมาน (Oman) ซึ่งเป็นประเทศผู้แทน Neighboring ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศสหรัฐฯ (US) แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ได้ในเร็วๆ นี้
นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันอังคารว่า มีการพูดคุยและเจรจาเกิดขึ้น ซึ่งประเทศสหรัฐฯ (US) มีส่วนร่วมผ่านคนกลางระหว่างประเทศโอมาน (Oman) และประเทศอิหร่าน (Iran) ในประเด็นวิธีการที่จะช่วยให้เรือขนส่งสินค้าสามารถเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยในระยะสั้น โดยเสริมว่าการพูดคุยมีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย
ด้าน นายเอสมาอีล บากาอี (Esmaeil Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยผ่านสื่อรัฐบาลอิหร่านเช่นกันว่า การหารือกับประเทศโอมาน (Oman) เกี่ยวกับการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นไปในทิศทางบวกและยังคงดำเนินอยู่ โดยเน้นการจัดตั้งเส้นทางการเดินเรือที่ปลอดภัยเป็นหลัก
ท่ามกลางความพยายามครั้งใหม่ของกรุงวอชิงตัน (Washington) ในการยุติการปิดล้อมเส้นทางการขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 40% เชื่อว่าประเทศอิหร่าน (Iran) มีอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) มากกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ขณะที่ 30% มองว่าอิหร่านมีอำนาจควบคุมลดลง
หลังจากกองทัพของประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) เปิดฉากโจมตีทางอากาศร่วมกันต่อเป้าหมายในประเทศอิหร่าน (Iran) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทางการเตหะราน (Tehran) ได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีประเทศอิสราเอล (Israel) และประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งดำเนินมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในทางปฏิบัติ
ประเทศสหรัฐฯ (US) จึงตอบโต้ด้วยการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของตนเอง เพื่อกดดันให้มีการเปิดเส้นทางน้ำเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวอีกครั้ง ต่อมาในเดือนมิถุนายน ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง 14 ข้อเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และเริ่มต้นกระบวนการเจรจาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทว่าข้อตกลงดังกล่าวกลับมีอายุสั้นอย่างยิ่ง
การปะทะกันทางทหารได้เปิดฉากขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากกรุงวอชิงตัน (Washington) กล่าวหาว่ากรุงเตหะราน (Tehran) ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ส่งผลให้ประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดการโจมตีทางอากาศคุมเข้มทั่วประเทศอิหร่าน (Iran)
ผลการสำรวจของ สำนักโพล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมาร์เก็ตต์ (Marquette Law School) ชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่คัดค้านการฟื้นตัวของการสู้รบระลอกใหม่ โดย 72% มองว่าการโจมตีระลอกใหม่จะยิ่งทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพลดน้อยลง ขณะที่มีเพียง 28% ที่มองว่าการโจมตีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุข้อตกลง
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ของประเทศอิหร่าน (Iran) ควบคู่กับมาตรการปิดล้อมของประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั้งในประเทศสหรัฐฯ (US) และทั่วโลก
ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 81% ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มปรับตัวเพิ่มขึ้นนิดหน่อยถึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้จะลดลงจากระดับ 95% ในเดือนเมษายน แต่ยังคงสูงกว่าระดับ 21% ที่บันทึกไว้เมื่อเดือนมกราคมอย่างมาก
ปัจจุบัน ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกเฉลี่ยทั่วประเทศสหรัฐฯ (US) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน (หรือประมาณ 3.79 ลิตร) ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% นับตั้งแต่สงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) เริ่มต้นขึ้น
แม้ว่าสงครามครั้งนี้จะไม่ได้รับความนิยมอย่างหนักจากภาคประชาชน แต่สัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าสงครามเป็นประเด็นความวิตกกังวลอันดับหนึ่งกลับลดลงจาก 24% ในเดือนเมษายน เหลือเพียง 10% ในเดือนกรกฎาคม
ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่จำนวน 1,076 คนทั่วประเทศสหรัฐฯ (US)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3362985/most-americans-say-us-has-not-achieved-war-goals-iran-survey-finds?module=top_story&pgtype=homepage